รัฐบาลทหารเมียนมาร้องกลุ่มติดอาวุธ ร่วมกระบวนการเลือกตั้ง กลุ่มชาติพันธุ์ปัดข้อเสนอทันควัน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 26 กันยายน รัฐบาลทหารเมียนมาร้องขอให้กลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธละทิ้งการกระทำที่เป็นการก่อการร้าย และเข้าร่วมกระบวนการการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2025 โดยแถลงการณ์นี้จากรัฐบาลถึงชนกลุ่มน้อยเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมาย เนื่องจากรัฐบาลทหารเพิกเฉยต่อการเรียกร้องจากนานาประเทศให้เจรจากับชนกลุ่มน้อย ซึ่งทางรัฐบาลทหารมองว่ามีความพยายามในการทำลายประเทศมาโดยตลอด หลังจากเกิดการรัฐประหารเมื่อปี 2021
เมียนมาติดอยู่ในภาวะสงคราม โดยรัฐบาลทหารกำลังต่อสู้กับกลุ่มต่อต้านติดอาวุธหรือกองกำลังพิทักษ์ประชาชน ซึ่งมีความสัมพันธ์หลวมๆ กับชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่ม ที่มีความบาดหมางกับกองทัพทหารเมียนมามาอย่างยาวนาน
รัฐบาลทหารเมียนมาแถลงการณ์ว่า “เพื่อผลักดันสันติภาพและการพัฒนาให้กับประชาชน กลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธ ผู้ก่อการร้ายและกองกำลังพิทักษ์ประชาชน ที่กำลังต่อต้านรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ควรละทิ้งเส้นทางการก่อการร้าย เข้าร่วมพรรคการเมืองและเข้าสู่การเลือกตั้ง” อย่างไรก็ดี รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นรัฐบาลคู่ขนานหรือรัฐบาลเงาของเมียนมา ออกมาคัดค้านในเรื่องนี้ และระบุว่ารัฐบาลทหารไม่มีอำนาจในการจัดการเลือกตั้ง
โดยมีการคาดการณ์ว่าผลการเลือกตั้งเมียนมาที่จะเกิดขึ้นในปีหน้ามีแนวโน้มว่าจะไม่ได้รับการยอมรับจากชาติตะวันตก เนื่องจากมีพรรคการเมืองจำนวนมากที่ถูกเพิกถอนสิทธิในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งรวมถึงพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ที่ถูกกองทัพทหารเมียนมาทำการรัฐประหารไปเมื่อปี 2021 และเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กองทัพทหารเมียนมาระบุว่า 27 พรรคที่ลงสมัครรับเลือกตั้งประณามการก่อกบฏด้วย
ในขณะเดียวกัน นายหม่อง ซองกา ผู้นำกองทัพปลดปล่อยชาวพม่า กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า “เราไม่สนใจในข้อเสนอนี้”
นักวิชาการวิเคราะห์ว่า เรื่องนี้เป็นความพยายามของรัฐบาลทหารในการทำให้เกิดสันติภาพ โดยจีนอาจจะเป็นผู้ชี้แนะด้วย
เมียนมา ซึ่งมีประชากรทั้งสิ้น 55 ล้านคน เผชิญกับความวุ่นวายทางการเมืองหลังจากที่กองทัพทหารก่อรัฐประหารรัฐบาลของนางออง ซาน ซูจี โดยอ้างว่าชัยชนะจากการเลือกตั้งของเธอในสองเดือนก่อนหน้าอย่างแลนด์สไลด์นั้นเป็นการทุจริต และทำให้เธอโดนจับกุมตัวและมีโทษจำคุกเป็นเวลานาน 27 ปี จากหลายข้อหา ซึ่งเธอปฏิเสธทั้งสิ้น

