กลุ่ม 77 เรียกร้องปฏิรูปสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เพิ่มสิทธิ-เสียงปท.กำลังพัฒนา
เมื่อวันที่ 27 กันยายน นางสาวรุจิกร แสงจันทร์ รองอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่ม 77 และจีน ประจำปี ค.ศ.2024 ในระหว่างการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 79 ณ นครนิวยอร์ก
ที่ประชุมได้รับรองร่างปฏิญญาระดับรัฐมนตรี ประจำปี ค.ศ. 2024 และร่างปฏิญญาระดับรัฐมนตรีเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีการก่อตั้งกลุ่ม 77 และได้มีการหารือกับจีนเพื่อแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการระดมทุนเพื่อการพัฒนา ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญต่อการบรรลุวาระเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ.2030 และเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
โดยที่ประชุมได้ 1.เรียกร้องการปฏิรูปสถาปัตยกรรมทางการเงินระหว่างประเทศเพื่อให้มีความโปร่งใส ครอบคลุม และเป็นธรรมกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา
ซึ่งยังประสบปัญหาในการระดมทุนเพื่อการพัฒนา ซึ่งมีช่องว่างทางการเงิน (financial gap) ประมาณ
4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
2.เรียกร้องให้ประเทศกำลังพัฒนามีสิทธิมีเสียงเพิ่มขึ้นในกระบวนการตัดสินใจของสถาบันการเงินระหว่างประเทศและธรรมาภิบาลเศรษฐกิจโลก 3.เรียกร้องให้ประเทศกำลังพัฒนาสามารถเข้าถึงเงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรนหรือเงินให้เปล่าได้มากขึ้น โดยคำนึงถึงความเปราะบางในหลากหลายมิติ และเรียกร้องกลไกการบริหารจัดการและปรับโครงสร้างหนี้ที่มีประสิทธิภาพรวมถึงกลไกการแปลงหนี้ไปสู่โอกาสในการลงทุนเพื่อการพัฒนา ที่เป็นปัญหาสำคัญของประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ
4.ย้ำประโยชน์ของการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ แนวปฏิบัติที่ดีระหว่างประเทศกำลังพัฒนา เพื่อพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถ และ 5.ย้ำความมุ่งมั่นต่อเอกสารคำมั่นเพื่ออนาคต (Pact for the future) จากการประชุมสุดยอดแห่งอนาคต (Summit of the Future) และการต้องผลักดันกระบวนการเจรจาที่จะนำไปสู่เอกสารผลลัพธ์ของการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยการระดมทุนเพื่อการพัฒนา ครั้งที่ 4 (Fourth International Conference on Financing for Development: FfD4) ในปี 2025 ตลอดจนกระบวนการ COP29 ที่ทะเยอทะยานและรักษาผลประโยชน์ของกลุ่มประเทศโลกใต้ให้ได้มากที่สุด
ในโอกาสนี้ ไทยได้สนับสนุนและเห็นพ้องกับท่าทีของกลุ่ม 77 และจีน และย้ำถึงความสำคัญของกลไก
การเงินรูปแบบใหม่ (innovative financing) ที่จะดึงดูดเงินทุนจากแหล่งเงินทุนที่หลากหลาย โดยยกตัวอย่างประเทศไทยในการออก Sustainability-linked Bonds (SLBs) ที่สามารถระดมทุนได้
กว่า 12.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่งเสริมการลงทุนสีเขียวและขยายตลาดหุ้นกู้สีเขียวอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการส่งเสริมการค้าการลงทุนเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ไทยยังได้ย้ำความมุ่งมั่นและความเชื่อมั่นของไทยต่อกลุ่ม 77 และจะสนับสนุนวาระของ
สหประชาชาติผ่านกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาคต่างๆ รวมถึง กรอบความร่วมมือ
เอเชีย (ACD) ที่ไทยจะเป็นประธานในปีหน้าด้วย
หลายประเทศในกลุ่ม 77 และจีนประณามการใช้มาตรการทางเศรษฐกิจฝ่ายเดียวซึ่งก่อให้เกิดผลเสียทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างประเมินค่าไม่ได้ และเป็นอุปสรรคสำคัญในการบรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืน
และประณามอิสราเอลต่อการรุกรานปาเลสไตน์
กลุ่ม 77 เป็นกลุ่มเจรจา (negotiating bloc) ที่ใหญ่ที่สุดในสหประชาชาติ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1964 ในการประชุมอังค์ถัดครั้งแรกที่นครเจนีวา ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศผู้ก่อตั้ง ปัจจุบัน ประกอบด้วยสมาชิก 134 ประเทศจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ลาตินอเมริกา และแอฟริกา คิดเป็นเสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสมาชิกสหประชาชาติทั้งหมด และมีจำนวนประชากรรวมกันกว่าร้อยละ 60 ของประชากรโลก
กลุ่ม 77 มีบทบาทสำคัญในการผลักดันท่าทีและรักษาผลประโยชน์ของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในกระบวนการเจรจาเอกสารผลลัพธ์สำคัญต่างๆ ของโลก โดยเฉพาะในประเด็นด้านเศรษฐกิจและ
การพัฒนา

