อังกฤษ ชาติแรกในจี 7 นำร่องปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งสุดท้าย เดินหน้าพึ่งพลังงานสะอาด
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ประเทศอังกฤษปิดโรงไฟฟ้า Ratcliffe-on-Soar โรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งสุดท้ายของประเทศในวันที่ 30 กันยายน ยุติการพึ่งพาถ่านหินของอังกฤษที่กินเวลานานถึง 140 ปี และทำให้อังกฤษเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ หรือจี 7 ชาติแรกที่ยุติการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในการผลิตไฟฟ้า
โรงไฟฟ้าดังกล่าวมีอายุเกือบ 60 ปี ตั้งอยู่ในพื้นที่ทางตอนกลางของประเทศ โดยปัจจุบันมีเจ้าของและดำเนินงานโดย Uniper บริษัทด้านพลังงานสัญชาติเยอรมัน โรงไฟฟ้า Ratcliffe-on-Soar จะใช้เวลารื้อถอน 2 ปี เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ พนักงานและผู้รับเหมา จำนวน 350 คนของ Uniper จะถูกโยกไปทำงานในตำแหน่งอื่นภายในบริษัท หรือจะออกจากบริษัทภายในระยะเวลาการเลิกจ้าง 3 ช่วงก่อนสิ้นปี 2026
การปิดโรงไฟฟ้าดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญของอังกฤษในการลดการปล่อยคาร์บอนในภาคการผลิตไฟฟ้าภายในปี 2030 และทำให้อังกฤษมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050 รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของอังกฤษกล่าวว่า “ยุคแห่งถ่านหินอาจสิ้นสุดลง แต่ยุคใหม่ของงานด้านพลังงานที่ดีสำหรับประเทศของเราเพิ่งเริ่มต้นขึ้น”
อิตาลีมีแผนที่จะยุติการพึ่งพาถ่านหินในการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดในปี 2025 ฝรั่งเศสในปี 2027 แคนาดาในปี 2030 เยอรมนีในปี 2038 ขณะที่ญี่ปุ่นกับสหรัฐอเมริกายังไม่มีการกำหนดวัน นายดัก พาร์ ผู้อำนวยการด้านนโยบายของกรีนพีซ องค์กรรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมประจำประเทศอังกฤษกล่าวว่า อังกฤษได้สร้างตัวอย่างที่ทั่วโลกควรดำเนินรอยตาม แต่ยังต้องมีการต่อสู้อีกมากเพื่อค่อยๆ ยุติการใช้น้ำมันและก๊าซ เพื่อบรรลุคำมั่นของประเทศต่างๆ ที่ให้ไว้ในการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 28 หรือ COP28 ในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล

