เสี่ยงบานปลาย! เนทันยาฮูกร้าวอิหร่านต้องชดใช้ เตหะรานขู่กลับ เจอทำลายล้างใหญ่
นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ให้คำมั่นว่าอิหร่าน ศัตรูตัวฉกาจของอิสราเอลจะต้องชดใช้หลังโจมตีอิสราเอลด้วยขีปนาวุธในวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา
เนทันยาฮูกล่าวก่อนเริ่มต้นการหารือทางการเมืองและความมั่นคงว่า “อิหร่านทำผิดพลาดครั้งใหญ่ในคืนนี้ และจะต้องได้รับผลตอบแทน”
อิสราเอลระบุว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลมากกว่า 180 ลูกไปยังอิสราเอล ทำให้เกิดเสียงไซเรนเตือนภัยทางอากาศดังขึ้นทั่วประเทศอิสราเอล ขณะที่ยังได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นทั้งในเยรูซาเลมและหุบเขาของแม่น้ำจอร์แดน ชาวอิสราเอลพากันหลบภัยอย่างแออัดยัดเยียดในหลุมหลบภัย
กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านระบุว่า อิหร่านได้ใช้ขีปนาวุธฟัตตาห์ความเร็วเหนือเสียงเป็นครั้งแรก และขีปนาวุธของอิหร่านมากถึง 90% โจมตีเป้าหมายในอิสราเอลได้สำเร็จ
พลเรือเอกแดเนียล ฮาการี จากกองกำลังป้องกันอิสราเอล (ไอดีเอฟ) โพสต์บนเอ็กซ์ว่า ได้มีการเปิดใช้งานระบบป้องกันภัยทางอากาศ โดยขีปนาวุธส่วนใหญ่ถูกสกัดกั้นโดยอิสราเอลและแนวร่วมป้องกันที่นำโดยสหรัฐ และว่า การโจมตีของอิหร่านถือเป็นการยกระดับความรุนแรงที่อันตราย
ฮาการีกล่าวว่า ตอนกลางของอิสราเอลถูกโจมตีเล็กน้อย และยังมีการโจมตีอื่นๆ ทางตอนใต้ของอิสราเอล โดยกองทัพอิสราเอลได้เผยแพร่ภาพวิดีโอของโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกาเดรา ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากขีปนาวุธของอิหร่าน
ทางการอิสราเอลระบุว่า ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในอิสราเอล แต่มีชายคนหนึ่งเสียชีวิตในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง
แดนนี่ ดานอน เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรอิสราเอลประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า เราจะตอบโต้กลับ อิหร่านจะต้องรับผลที่ตามมาจากการกระทำของตนในไม่ช้า และการตอบโต้จะต้องเจ็บแสบ
ด้านกระทรวงต่างประเทศอิหร่านระบุว่า ปฏิบัติการของอิหร่านเป็นไปเพื่อป้องกันและมุ่งเป้าไปที่ฐานทัพทหารและหน่วยงานความมั่นคงของอิสราเอลเท่านั้น
กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านกล่าวว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นเป็นการตอบโต้การสังหารผู้นำกองกำลังติดอาวุธของอิสราเอล และการรุกรานเลบานอนที่พุ่งเป้าไปยังกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่อิหร่านให้การสนับสนุน รวมถึงต่อเหตุการณ์ในฉนวนกาซา อิหร่านยังเตือนด้วยว่า การตอบโต้ใดๆ จะต้องเผชิญกับการทำลายล้างครั้งใหญ่ตามมา
ความหวาดกลัวว่าอิหร่านและสหรัฐจะเปิดฉากทำสงครามในภูมิภาคทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากที่อิหร่านได้ทำการโจมตีเลบานอนอย่างหนักในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และเปิดฉากปฏิบัติการภาคพื้นดินในวันที่ 30 กันยายน แต่การยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลครั้งล่าสุดที่ได้สหรัฐและชาติพันธมิตร อาทิ อังกฤษ ช่วยกันสกัดกั้นขีปนาวุธอิหร่าน ยิ่งทำให้ความหวาดกลัวสงครามบานปลายยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นมาอีกครั้ง

