สหรัฐกังวล ‘เมฆ ดารา’ นักข่าวดังกัมพูชาถูกจับ เจอข้อหายุยงปลุกปั่น
นายเมฆ ดารา ผู้สื่อข่าวชาวกัมพูชาที่ได้รับรางวัลจากสหรัฐด้วยผลงานเปิดโปงขบวนการหลอกลวงออนไลน์ในกัมพูชาเมื่อปีก่อน ถูกจับกุมและตั้งข้อหายุยงปลุกปั่น
โฆษกศาลกรุงพนมเปญกล่าวกับบีบีซี ซึ่งเป็นสื่อที่เมฆทำงานอยู่ว่า เขาถูกตั้งข้อหาจากโพสต์บนโซเชียลมีเดีย 5 โพสต์เมื่อเดือนกันยายน ที่อาจยุยงปลุปปั่นความไม่สงบในสังคม และอาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี
แถลงการณ์ของศาลระบุว่า โพสต์ของเมฆดังกล่าวมีรูปที่ผ่านการปรับแต่งของสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งเป็นของปลอม โดยโพสต์ดังกล่าวเต็มไปด้วยเจตนาไม่ดี ยุยงปลุกปั่น ก่อให้เกิดความโกรธแค้นในหมู่ประชาชน และตั้งใจที่จะทำให้ผู้คนคิดไม่ดีกับรัฐบาล
ญาติของเมฆที่อยู่กับเขาขณะถูกจับกุมเล่าว่า พวกเขากำลังอยู่ในรถที่กำลังรอผ่านด่านเก็บเงิน จู่ๆ รถตำรวจทหารคันหนึ่งก็เข้ามาประชิด พร้อมด้วยรถอีก 5 คันที่เข้ามาจอดเทียบ โดยหนึ่งในนั้นบอกว่า “เราจับเขาได้แล้ว” ขณะกำลังควบคุมตัวเมฆไว้
เมฆบอกครอบครัวว่าไม่ต้องกังวลขณะที่เขาถูกพาตัวไป โดยกลุ่มสิทธิมนุษยชนท้องถิ่น Licadho บอกว่า เมฆส่งข้อความถึงพวกเขาว่า เขาถูกจับกุมก่อนที่โทรศัพท์ของเขาจะถูกยึด
หลังจากนั้นเกือบ 24 ชั่วโมง ไม่มีใครทราบว่าเขาอยู่ที่ไหน ก่อนที่เขาจะถูกนำตัวไปขึ้นศาลในกรุงพนมเปญ และถูกตั้งข้อหายุยงปลุกปั่นให้ก่ออาชญากรรม ถูกส่งตัวไปยังสถานคุมตัวก่อนพิจารณาคดี และอาจถูกจำคุกเป็นเวลา 6 เดือนถึง 2 ปีหากถูกตัดสินว่ามีความผิด
ญาติของเมฆคนหนึ่งที่ทำงานเป็นนักข่าวเหมือนกัน แต่ไม่ขอเปิดเผยชื่อเพราะกลัวว่าจะถูกเล่นงานบอกว่า เมฆถูกปฏิเสธไม่ให้พบทนายความ พวกเขากังวลมากเกี่ยวกับความปลอดภัยของเมฆ ทางการไม่ได้แสดงหมายจับหรือเอกสารของศาลให้พวกเขาดู เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เขากังวลมากขึ้นในการทำงานสื่อสารมวลชนในกัมพูชาในเวลานี้
กระทรวงต่างประเทศสหรัฐระบุว่า ได้รับทราบรายงานการจับกุมตัวเมฆ และกำลังติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดด้วยความเป็นห่วงอย่างยิ่ง ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐในกรุงพนมเปญกล่าวว่า รู้สึกวิตกกังวลอย่างยิ่งกับการจับกุมเมฆและเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวเขา ซึ่งเป็นเสียงนำในการต่อสู้กับการค้ามนุษย์และการหลอกลวงทางไซเบอร์
เมื่อปี 2566 เมฆได้รับรางวัลฮีโร่ด้านการค้ามนุษย์ให้กับเมฆ โดยเขาเดินทางไปรับรางวัลจากมือนายแอนโทนี บลิงเกน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ
ด้านฮิวแมนไรท์วอทชประจำภูมิภาคเอเชีย และองค์กรสิทธิมนุษยชนและแรงงานแห่งเอเชีย ต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์การจับกุมเมฆว่าเป็นเรื่องที่ทำให้ขุ่นเคืองและยอมรับไม่ได้ พร้อมกับเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวเขาทันที

