‘อิสราเอล-อิหร่าน’ ขู่จัดหนัก ไบเดนไม่เชื่อมีสงครามเต็มรูปแบบ สายการบินหยุดไป ต.อ.กลาง
แม้จะมีเสียงเรียกร้องให้ใช้ความยับยั้งชั่งใจจากประชาคมโลก เพราะหวั่นเกรงว่าสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะลุกลามบานปลาย แต่นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลให้คำมั่นว่า อิหร่านจะต้องชดใช้ความเสียหายที่ทำการโจมตีอิสราเอลด้วยขีปนาวุธ
นายยูอาฟ กัลลันต์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล เตือนว่า ผู้ที่โจมตีอิสราเอลจะต้องเจอกับผลอันเลวร้าย ขณะที่สหรัฐได้ย้ำที่จะร่วมมือกับอิสราเอล เพื่อให้แน่ใจว่าอิหร่านจะเผชิญกับผลที่ตามมาอย่างรุนแรง
ด้านประธานาธิบดีมาซูด เชเซชเคียน ของอิหร่าน กล่าวว่าอิหร่านพร้อมที่จะตอบโต้ “การโจมตีทางทหาร การก่อการร้าย หรือการก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตแดนใดๆ ก็ตาม กองกำลังติดอาวุธของเราจะโจมตีอย่างเด็ดขาด”
คณะผู้แทนถาวรอิหร่านประจำสหประชาชาติเตือนว่า ประเทศใดก็ตามที่ให้ความช่วยเหลืออิสราเอล จะกลายเป็นผู้ร่วมมือและกลายเป็นเป้าหมายในการโจมตีที่ชอบธรรม
“เราขอแนะนำให้ประเทศต่างๆ หลีกเลี่ยงการเข้าไปพัวพันในความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน และแยกตัวออกจากความขัดแย้ง” คณะผู้แทนถาวรอิหร่านระบุ และว่า ขณะนี้ช่องทางสื่อสารเพียงช่องทางเดียวระหว่างสหรัฐและอิหร่านคือสถานเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ในกรุงเตหะราน
ล่าสุดประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ กล่าวว่า เรายังคงสามารถหลีกเลี่ยงสงครามเต็มรูปแบบในตะวันออกกลางได้
“ผมไม่เชื่อว่าจะมีสงครามเต็มรูปแบบ และผมคิดว่าเราสามารถหลีกเลี่ยงมันได้” ไบเดนกล่าว อย่างไรก็ดีเมื่อถูกถามว่ามั่นใจแค่ไหนว่าสงครามเต็มรูปแบบในภูมิภาคนี้สามารถหลีกเลี่ยงได้ ไบเดนกล่าวว่า “ยังมีอะไรอีกมากที่จะต้องทำ”
ผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำเจ็ดชาติ หรือจี7 ได้ออกแถลงการณ์ แสดงความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ที่เลวร้ายลงในตะวันออกกลาง รวมถึงประณามการโจมตีของอิหร่านต่ออิสราเอลอย่างรุนแรง ซึ่งถือว่าเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อเสถียรภาพในภูมิภาค
แถลงการณ์ดังกล่าวได้ยืนยันความมุ่งมั่นของจี7 ต่อความปลอดภัยของอิสราเอล และประณามสิ่งที่เรียกว่าเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความไม่มั่นคงทั่วตะวันออกกลาง ผ่านกลุ่มก่อการร้ายและกลุ่มติดอาวุธ
ผู้นำจี7 ระบุด้วยว่า ได้มีการหารือกันเพื่อหลีกเลี่ยงการยกระดับความรุนแรงในภูมิภาคแล้ว วงจรอันตรายของการโจมตีและการตอบโต้มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการยกระดับความรุนแรงที่ไม่อาจควบคุมได้ในตะวันออกกลางซึ่งไม่เป็นผลดีต่อใคร ดังนั้นจึงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในภูมิภาคดำเนินการอย่างมีความรับผิดชอบและใช้ความยับยั้งชั่งใจ
ขณะเดียวกันสมาชิก 10 ชาติที่เป็นสมาชิกหมุนเวียนของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์แสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับการยกระดับความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
แถลงการณ์ดังกล่าวได้ประณามวงจรความรุนแรงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และเรียกร้องให้มีการยุติการสู้รบทุกรูปแบบทันที นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศด้วย
ขณะเดียวกันสายการบินระหว่างประเทศหลายสายการบินต่างประกาศระงับเส้นทางบินไปยังตะวันออกกลาง จากความวิตกกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ความขัดแย้งจะขยายวงออกไป
โดยเมื่ออังคารที่ผ่านมาสำนักงานโดยเมื่ออังคารที่ผ่านมา สำนักงานความปลอดภัยด้านการบินของสหภาพยุโรปได้ออกประกาศแนะนำให้ผู้ให้บริการหลีกเลี่ยงด้านฟ้าอิหร่าน เนื่องจากอาจเกิดการโจมตีตอบโต้อิหร่านจากอิสราเอล
ลุฟท์ฮันซ่า ของเยอรมนีประกาศระงับเที่ยวบินไปอิหร่านจนถึงวันที่ 26 ตุลาคมนี้ และระงับเที่ยวบินไปยังเทลอาวีฟจนถึงสิ้นเดือนตุลาคม ส่วนเที่ยวบินไปยังกรุงเบรุตถูกระงับไปจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน
บริติชแอร์เวย์ระงับเที่ยวบินไปเทลอาวีฟจนถึงสิ้นเดือนกันยายน ขณะที่สายการบินเคแอลเอ็มของเนเธอร์แลนด์ระงับเที่ยวบินไปเทลอาวีฟจนถึงสิ้นปี ก่อนหน้านี้แอร์อินเดีย คาเธ่ย์แปซิฟิก เดลต้า ยูไนเต็ด อีซีเจ็ต ไรอันแอร์ และวิซซ์แอร์ ต่างประกาศระงับเที่ยวบินไปอิสราเอลแล้วเช่นกัน
ส่วนในเลบานอน สายการบินมิดเดิลอีสต์แอร์ไลน์ของเลบานอน เป็นเพียงสายการบินสุดท้ายที่ยังคงให้บริการเที่ยวบินเข้าและออกจากท่าอากาศยานกรุงเบรุต

