โพลชี้ คะแนนนิยม ‘แฮร์ริส’ นำ ‘ทรัมป์’ ลดลง แต่เชื่อมือทรัมป์เรื่องเศรษฐกิจ
ความคืบหน้าล่าสุดในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ระหว่างนางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐ ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตและนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน โดยผลโพลล่าสุดของรอยเตอร์/อิปซอสชี้ว่า แฮร์ริสยังคงมีคะแนนนิยมนำหน้าทรัมป์ที่ 46% ต่อ 43% แต่ทรัมป์เริ่มปิดช่องว่างระหว่างเขาและแฮร์ริส หลังก่อนหน้านี้ทรัมป์มีคะแนนนิยมตามหลังแฮร์ริส 6%
โพลสำรวจความคิดเห็นดังกล่าวที่ได้สอบถามชาวอเมริกัน 1,272 คนผ่านทางออนไลน์ทั่วประเทศ อาจมีความคลาดเคลื่อนราว 3% บรรดาผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่าปัญหาเศรษฐกิจคือปัญหาใหญ่ที่สุดที่สหรัฐอเมริกากำลังเผชิญ และ 70% บอกว่าปัญหาค่าครองชีพคือประเด็นทางเศรษฐกิจที่อยากให้ผู้นำสหรัฐคนใหม่เข้ามาแก้ไขมากที่สุด ขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามอีกส่วนน้อยอยากให้ผู้นำสหรัฐแก้ไขปัญหาในตลาดแรงงาน แก้ไขภาษี และ “ทำให้การเงินของพวกเขาดีขึ้น” ผลโพลชี้ว่าทรัมป์คือผู้สมัครที่ชาวสหรัฐไว้วางใจในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดย 44% มองว่าทรัมป์มีแนวทางที่ดีกว่าในการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ ขณะที่ 38% มองว่าแฮร์ริสมีแนวทางที่ดีกว่า
อย่างไรตาม โพลสำรวจชี้ว่า 42% ต่อ 35% มองว่าแฮร์ริสคือผู้สมัครที่ดีกว่าในการแก้ไขช่องว่างระหว่างชาวอเมริกันทั่วไปและชาวอเมริกันที่ร่ำรวย ด้านประเด็นเรื่องผู้อพยพเข้าเมืองที่ทรัมป์บอกว่าอยู่ในระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ศตวรรษ ผู้ตอบโพลสำรวจ 53% เห็นด้วยกับถ้อยแถลงว่าผู้อพยพที่เข้ามาในอเมริกาอย่างผิดกฎหมายเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของสาธารณะ โดย 41% ไม่เห็นด้วยกับถ้อยแถลงดังกล่าว แต่ช่องว่างระหว่างคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยได้เพิ่มขึ้นจากโพลสำรวจความคิดเห็นในเดือนพฤษภาคมที่มีชาวอเมริกันเห็นด้วย 45% และไม่เห็นด้วย 46%
นับตั้งแต่ที่นางแฮร์ริสขึ้นมาเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตในศึกเลือกตั้งสหรัฐ แทนที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แฮร์ริสมีคะแนนนิยมนำหน้าทรัมป์ในโพลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอสทั้ง 6 ครั้ง ผลโพลล่าสุดชี้ว่า 47% ของผู้ที่อาจไปลงคะแนนเลือกตั้งในวันที่ 5 พฤศจิกายนบอกว่าจะเลือกแฮร์ริส มากกว่าทรัมป์ที่ตามหลังอยู่ที่ 45% บรรดาผู้ตอบโพลสำรวจยังมองว่าแฮร์ริสมีความฉลาด แหลมคมและสามารถจัดการกับความท้าทายต่างๆ ได้ดีกว่าทรัมป์ที่ 55% ต่อ 46%
นอกจากนั้นแล้ว โพลสำรวจทั่วประเทศที่จัดทำโดย Siena College และหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ระบุว่าแฮร์ริสมีคะแนนนิยมนำหน้าทรัมป์เล็กน้อยที่ 49% ต่อ 46% หลังโพลก่อนหน้านี้ในช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมาระบุว่าผู้สมัครทั้งสองคนมีคะแนนนิยมเท่ากันที่ 47% โพลล่าสุดนี้ยังชี้อีกว่าแฮร์ริสเริ่มโกยคะแนนจากผู้ที่สนับสนุนพรรครีพับลิกันมากขึ้น หลังผู้สนับสนุนรีพับลิกัน 9% บอกว่าจะหันมาสนับสนุนแฮร์ริสในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพิ่มขึ้นจากโพลก่อนหน้านี้ซึ่งอยู่ที่ 5% อย่างไรก็ดี โพลสำรวจความคิดเห็นยังคงชี้ว่าแฮร์ริสและทรัมป์มีคะแนนนิยมสูสีกันในรัฐสะวิงสเตต

