หน้าแรก ต่างประเทศ นักโทษเกาหลี ...

นักโทษเกาหลี ไลฟ์สดสุดชิล บนรถ-ในคุกขณะถูกจับในไทย กรมราชทัณฑ์โร่แจง

15.10.24 | 21:55 น.
ภาพจากคลิป JTBC News

นักโทษเกาหลี ไลฟ์สดสุดชิล บนรถ-ในคุกขณะถูกจับในไทย กรมราชทัณฑ์โร่แจง

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม เว็บไซต์ mk.co.kr รายงานว่า กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก หลังจากมีผู้ต้องหาชาวเกาหลีใต้ ที่ถูกจับกุมตัวในประเทศไทย ไลฟ์สดทั้งตอนที่อยู่บนรถคุมขัง และขณะที่อยู่ในเรือนจำ

โดย JTBC รายงานเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้จับกุมตัวชายเกาหลีคนหนึ่ง ซึ่งอายุประมาณ 40 ปี ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ในข้อหาลักลอบนำยาเสพติดจากประเทศไทยส่งไปเกาหลีใต้ เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา โดยซ่อนยาไอซ์ไว้ในกล่องกาแฟ และถุงถั่ว

ขณะที่ทางการเกาหลียืนยันว่า ยาไอซ์ที่ถูกส่งมาจากไทย ถูกซุกไว้ในกล่องกาแฟและถุงถั่ว และได้มีการจับกุมตัวบุคคลที่คาดว่าเป็นผู้รับยาไอซ์ดังกล่าวไว้แล้ว โดยมีการออกหมายจับชายต้องสงสัย นามสมมุติว่า “เอ” ที่เชื่อว่าเป็นผู้ส่งยาไอซ์ดังกล่าว แต่พบว่า นายเอได้หลบหนีมายังประเทศไทย

ข่าวระบุว่า ทางการเกาหลี ได้ขอความร่วมมือจาก ป.ป.ส. ให้ตามตัวนายเอ กระทั่งสามารถตามตัวเจอ และจับกุมตัวในที่สุด

Advertisement

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ระหว่างการถูกจับกุมตัว นายเอยังสามารถไลฟ์สดผ่านทางยูทูบได้อย่างสบายๆ ทั้งตอนที่อยู่บนรถที่ควบคุมตัวและตอนอยู่ภายในห้องขัง โดยไม่ได้สนใจเลยว่า ตัวเองกำลังถูกจับกุมตัวอยู่ ซึ่งมีรายงานว่า ตอนที่นายเอหนีมาอยู่ที่ไทย และทำช่องยูทูบ และเรียกตัวเองว่า “เป็นผู้ที่รวยที่สุดในไทย”

โดยขณะที่ถูกตำรวจไทยจับกุมตัว นายเอก็ยังไลฟ์สด บอกกับผู้ชมว่า ตนเองถูกตัดสินให้เข้าไปอยู่ในเรือนจำ และขอขอบคุณทุกคนที่สนับสนุน และตนจะมีความกล้าหาญให้มากขึ้น

ระหว่างถูกนำตัวไปเรือนจำ นายเอยังได้ไลฟ์สดแสดงให้เห็นถึงวิวทะเลด้านนอก และบอกว่า อยากจะหนีออกจากเรือนจำ เพราะทะเลที่สวยของพัทยา และยังบอกให้ผู้ชม กดติดตามและกดไลค์ให้กับทางช่องด้วย และยังมีการไลฟ์สดขณะอยู่ในเรือนจำของไทยอีกด้วย โดยมีการพูดคุยกับนักโทษคนอื่นๆ ที่อยู่ในห้องขังด้วยกัน

นายเอยังบอกด้วยว่า เรือนจำที่ขังนักโทษคนไทย จะไม่ค่อยมีอิสระเท่าไหร่ แต่เรือนจำที่ขังนักโทษต่างๆ จะมีอิสระขึ้นมาเล็กน้อย เพราะจ่ายเงินได้ ทำให้ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไทยกล้าเอามือถือของเขาไป และยังบอกด้วยว่า เขาพยายามที่จะเข้าคุกทั่วโลก ก่อนหน้านี้ ก็เคยเข้าคุกที่ฟิลิปปินส์ไปแล้ว แล้วก็มาติดที่ไทย ต่อไป ว่าจะไปเวียดนาม หรือประเทศจีนต่อ

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด มีรายงานว่า กรมราชทัณฑ์ ได้ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า ทางเรือนจำพิเศษพัทยา แจ้งว่า ไม่เคยรับตัวผู้ต้องหาชาวเกาหลีใต้รายนี้เข้ามาควบคุมภายในเรือนจำ และจากการตรวจสอบในระบบข้อมูลผู้ต้องขังของกรมราชทัณฑ์ ไม่พบว่ามีชื่อบุคคลดังกล่าวแต่อย่างใด พร้อมระบุว่า โทรศัพท์มือถือจัดเป็นสิ่งของต้องห้าม และหากพบว่ามีการนำโทรศัพท์เข้าไปในเรือนจำ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่หรือผู้ต้องขังก็ตาม ถือเป็นความผิด และต้องถูกดำเนินการทางวินัยตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ต่อไป