โพลชี้ คะแนนนิยมแฮร์ริสยังนำทรัมป์ 3% ชาวมะกันสนใจเลือกตั้งมากกว่าครั้งก่อน
ผลโพลสำรวจล่าสุดของรอยเตอร์/อิปซอสที่สอบถามชาวสหรัฐ 938 คนทั่วประเทศ ชี้ว่านางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐ ตัวแทนจากพรรคเดโมแครตในศึกเลือกตั้งสหรัฐ ยังคงมีคะแนนนิยมนำหน้านายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรครีพับลิกันอยู่ 45% ต่อ 42% อย่างไรก็ตาม โพลสำรวจนี้อาจมีความคลาดเคลื่อน 4% ระยะห่างระหว่าง 2 ผู้สมัครที่ 3% ยังคงเท่ากับโพลสำรวจที่จัดทำเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
โพลล่าสุดยังชี้ว่าชาวสหรัฐโดยเฉพาะผู้สนับสนุนของพรรคเดโมแครตอาจมีความสนใจและอยากออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปีนี้มากกว่าการเลือกตั้งปี 2020 โดย 78% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ตอบแบบสอบถามและผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครต 86% และพรรครีพับลิกัน 81% บอกว่าพวกเขาจะมาใช้สิทธิเลือกตั้งในปีนี้อย่างแน่นอน สูงขึ้นกว่าโพลสำรวจที่จัดทำในปี 2020 ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ตอบแบบสอบถามเพียง 74% ซึ่งผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครต 74% และผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกัน 79% บอกว่าพวกเขาจะมาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างแน่นอน
แฮร์ริสยังมีคะแนนนำทรัมป์ 43% ต่อ 38% ในคำถามว่าผู้สมัครคนใดที่พวกเขามองว่าจะสามารถรับมือกับความสุดโต่งทางการเมืองและภัยคุกคามต่อประชาธิปไตย นอกจากนั้นแล้ว แฮร์ริสยังมีคะแนนนำทรัมป์มากถึง 14% ในเรื่องนโยบายด้านสาธารณสุข
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์มีคะแนนนำแฮร์ริส 45% ต่อ 40% ในคำถามว่าผู้สมัครคนใดที่ชาวสหรัฐคิดว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการว่างงานของสหรัฐอเมริกา โดยทรัมป์ทิ้งห่างแฮร์ริสในเรื่องนโยบายเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจาก 2% ในผลโพลเมื่อปลายเดือนกันยายนขึ้นเป็น 5% ในโพลล่าสุด
สำหรับประเด็นที่ชาวสหรัฐมองว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของสหรัฐคือเรื่องเศรษฐกิจที่ 26% ตามด้วยปัญหาความสุดโต่งทางการเมืองที่ 23% และ 3% มองว่าปัญหาด้านสาธารณสุขคือเรื่องใหญ่ที่สุด ทั้งนี้ โพลสำรวจความคิดเห็นใน 7 รัฐสะวิงสเตตยังชี้ว่าทั้งทรัมป์และแฮร์ริสมีคะแนนนิยมสูสีอย่างมาก

