People in Focus – นิฮอน ฮิดังเคียว: ผีนิวเคลียร์กับวิกฤตพลังงาน
ภาพควันระเบิดรูปเห็ดจากการใช้ปรมาณูนิวเคลียร์ถล่มฮิโรชิมาที่ปิดฉากสงครามโลกครั้งที่ 2 หลอกหลอนประชาคมโลกมาจนถึงทุกวันนี้ ในช่วงสงครามเย็นแม้สหรัฐกับโซเวียตจะแลกหมัดกันอย่างหนัก มหาอำนาจทั้งสองยอมเจรจาเพื่อลดจำนวนอาวุธนิวเคลียร์อย่างเข้มงวด รวมถึงข้อตกลงต่างๆ เช่น สนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) และสนธิสัญญาว่าด้วยเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEANWFZ) หรือการก่อตั้งทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) แสดงให้เห็นว่าหายนะการใช้อาวุธนิวเคลียร์ในครั้งนั้นปิดตายการใช้อาวุธนิวเคลียร์อย่างถาวร
ทั้งนี้ หลายประเทศไม่สามารถที่ละทิ้งการครอบครองทรัพยากรนี้เพื่อดำรงไว้ซึ่งความมั่นคงของประเทศตนได้ และท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ประเด็นนี้ได้กลายเป็นความเสี่ยงระดับโลก เกาหลีเหนือและรัสเซียขู่ว่าจะใช้อาวุธนิวเคลียร์ทันทีเมื่อเผชิญกับภัยคุกคาม ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในยุคปัจจุบันมีความตึงเครียดเป็นอย่างมาก
รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปีนี้ตกเป็นขององค์กรนิฮอน ฮิดังเคียว (Nihon Hidankyo) กลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์มานานกว่า 68 ปีหลังรอดชีวิต เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ฮิโรชิมาและนางาซากินั้นซ้ำรอย
อย่างไรก็ดี เชื้อเพลิงฟอสซิลที่กำลังหมดลงและการพึ่งพาแหล่งเชื้อเพลิงที่ทำให้เกิดการผูกขาดส่งผลให้โลกเผชิญกับวิกฤตพลังงาน โดยพลังงานนิวเคลียร์ก็ถูกมองว่าเป็นทางออก อีกทั้งยังเป็นพลังงานสีเขียวที่ไม่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก จึงไม่ส่งผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน และสอดคล้องกับบรรทัดฐานระดับสากลที่ส่งเสริมความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนด้วย แต่เมื่อคำว่า ‘นิวเคลียร์’ ปรากฎขึ้น พลังงานประเภทนี้กลายเป็นทาบู เห็นได้จากการที่ข้อตกลงเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ภายใต้ AUKUS ถูกวิจารณ์ว่าเป็นความพยายามในการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์
พลังงานนิวเคลียร์เปรียบเสมือนดาบสองคม ถ้าบริหารจัดการได้ดี ซึ่งต้องอาศัยความพร้อมเชิงโครงสร้างและบุคลากรที่มีคุณภาพ นิวเคลียร์จะเป็นทรัพยากรด้านพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัย ทว่ากากกัมตภาพรังสีจะอยู่ไปตลอดแม้ว่าจะเก็บดีแค่ไหน ฉะนั้น หากพลาดพลังเพียงนิดเดียวเท่านั้น ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นก็ไม่สามารถประเมินค่าได้
กรณีเช่นนี้ได้เกิดมาแล้วเมื่อสารกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในฟุกุชิมะรั่วไหลหลังจากแผ่นดินไหวเมื่อปี 2011 ที่ทำให้เกิดคลื่นสึนามิทำลายเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ และทำให้ฟุกุชิมะเป็นพื้นที่หวงห้ามมาจนถึงปัจจุบัน
สถานการณ์โลกขณะนี้ก็น่ากังวลอยู่เช่นกัน แม้เบนจามิน เนทันฮายู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลจะรับปากกับโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐแล้วว่าจะไม่โจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อิหร่าน แต่ความขัดแย้งดูเหมือนว่าจะขยายตัวอย่างต่อเนื่องนั้น ทำให้ไม่ว่าใครก็ไม่อาจวางความกังวลลงได้

