‘สิริพรรณ’ มองทรัมป์นั่งปธน. การตปท.ไม่แน่นอนสูง ชี้นโยบาย ‘ไผ่ลู่ลม’ ไทยมาถูกทาง
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ศ.ดร. สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวอภิปรายในเรื่อง ‘เจาะลึก ทรัมป์- นโยบาย รีพับลิกัน’ ในการสัมมนา US Election 2024 เจาะลึกศึกชิงทำเนียบขาว ที่เครือมติชนจัดขึ้น ในหัวข้อ ‘การประชันนโยบายโดนัลด์ ทรัมป์ VS คามาลา แฮร์ริส’
ศ.ดร. สิริพรรณ กล่าวว่านโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐและตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน ที่สามารถดึงดูดใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตัดสินใจที่จะลงคะแนนให้เขาได้คือ นโยบายด้านเศรษฐกิจ ซึ่งให้ความสำคัญกับการลดอัตราภาษี ซึ่งเคยทำมาแล้วในสมัยแรก โดยลดจาก 39% ลงเหลือ 37% และครั้งนี้ทรัมป์ให้คำมั่นว่าจะลดภาษีจาก 21% ในปัจจุบันให้เหลือเพียง 15% เท่านั้น อีกหนึ่งนโยบายโดดเด่นของทรัมป์คือนโยบายเรื่องผู้อพยพ เพราะรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน ปล่อยให้ผู้อพยพเข้ามาที่สหรัฐสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สร้างความไม่พอใจแก่ชาวอเมริกันจำนวนหนึ่งเป็นอย่างมาก เพราะมองว่าส่งผลกระทบต่อการว่างงาน อาชญากรรมที่สูงขึ้น และการเข้าถึงระบบสาธารณสุข ขัดแย้งกับนโยบาย ‘อเมริกามาก่อน’ ซึ่งให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ของคนอเมริกันในประเทศ
ศ.ดร.สิริพรรณ กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งประเด็นที่ทรัมป์และนางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐและตัวแทนจากพรรคเดโมแครตมองแตกต่างกันคือเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยรัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐสมรภูมิสะวิงสเตต มีอุตสาหกรรมการผลิตน้ำมันใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากรัฐเท็กซัส ทำให้เกิดคำถามว่าหากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาล จะอนุญาตให้มีการขุดเจาะน้ำมันอยู่หรือไม่
ในด้านความสัมพันธ์ต่อโลก ศ.ดร.สิริพรรณระบุว่า ทรัมป์หาเสียงว่าจะขึ้นภาษีนำเข้าไปที่ตัวเลข 10-20% โดยในปัจจุบันภาษีนำเข้าของสหรัฐอยู่ที่ 3% เท่านั้น และทรัมป์จะขึ้นภาษีจากสินค้านำเข้าจากจีนมากถึง 60% ทั้งนี้ อัตราภาษีนำเข้าที่ทรัมป์ออกต่อจีนตั้งแต่เมื่อปี 2018 ไบเดนคงอัตราเดิมไว้จนถึงปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่าทั้งสองพรรคการเมืองมองว่าจีนเป็นภัยคุกคามสำคัญ
อีกทั้ง ในด้านความสัมพันธ์ระดับทวีภาคี ทรัมป์อาจจะไม่ให้ความช่วยเหลือยูเครนเพื่อรับมือกับรัสเซียในสงครามระหว่างสองประเทศ ส่วนในมิติความสัมพันธ์ระดับพหุภาคี ศ.ดร.สิริพรรณวิเคราะห์ว่า ทรัมป์จะบังคับให้สมาชิกองค์กรสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ชำระค่าใช้จ่ายในการเป็นสมาชิกด้วย
หลังจากนั้น ศ.ดร.สิริพรรณกล่าวถึงจุดด้อยของทรัมป์ที่อาจจะทำให้เขาสูญเสียคะแนนไป คือเรื่องสิทธิในการทำแท้ง โดยจากคำวินิจฉัยของศาลสูงสุดที่สมาชิกถูกแต่งตั้งโดยทรัมป์ขณะที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี 3 ราย ซึ่งยกเลิกคำตัดสินคดี Rod v. Wade ที่อนุญาตให้หญิงตั้งครรถ์สามารถทำแท้งได้อย่างถูกกฎหมายนั้น เป็นประเด็นที่ทำให้ฐานคะแนนเสียงเพศหญิงของเธอเข้มแข็งมากขึ้น
คดีความที่ทรัมป์เผชิญอย่างต่อเนื่องเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ชาวอเมริกันให้ความตระหนัก อาทิ คดียักยอกเงินบริจาคในพรรคการเมืองระหว่างการหาเสียงเมื่อปี 2016 รวมถึงการปลอมแปลงเอกสาร นอกจากนี้ ทรัมป์ยังมีความผิดในเรื่องการยุยงในเกิดเหตุการณ์การจลาจลวันที่ 6 มกราคม การเก็บเอกสารราชการไว้ที่บ้านและคดีฉ้อโกงด้วย
ในช่วงจับฉลากถามตอบ ศ.ดร.สิริพรรณได้รับคำถามว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับไทยและภูมิภาคเอเชียจะเปลี่ยนหรือคงเหมือนเดิมอย่างไรหากทรัมป์และแฮร์ริสชนะการเลือกตั้ง ในสถานการณ์ที่จีนมีบทบาทต่อไทยและอาเซียนมากขึ้นเรื่อยๆ ไทยจะยังคงจุดยืนไม่เลือกข้างต่อไปได้หรือไม่ เธอตอบว่าสหรัฐมองว่าไทยเปรียบเสมือนร้านโชห่วยเล็กๆ ไม่ได้เป็นร้านค้าที่มีสิ่งใดที่สหรัฐต้องมาเยียวยาแผลใจเหมือนเวียดนาม และไม่ได้เป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่มีสิ่งของหยิบจับหลากหลาย ทั้งนี้ เห็นได้จากเมื่อที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี นโยบายการต่างประเทศของเขามีความไม่ชัดเจน และเป็นการคิดไปทำไปมากกว่า หากทรัมป์ได้นั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐอีกครั้งจะมีความไม่แน่นอนสูง ในขณะที่ตัวแฮร์ริสเองไม่ได้มีประสบการณ์เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมากนัก แต่คาดว่านโยบายการต่างประเทศของเธอคงคล้ายกับสมัยของไบเดน ทั้งนี้ พรรคเดโมแครตมีแนวโน้มว่าจะสูญเสียคะแนนจากคนรุ่นใหม่ที่ต่อต้านสงคราม
“สิ่งที่อยู่ในหัวใจของทรัมป์และแฮร์ริสคือจีน ซึ่งเป็นภัยคุกคามสำคัญทั้งเศรษฐกิจและความมั่นคง ดังนั้น ไม่ว่าสองคนจะขึ้นมาในแง่ของการค้า การตั้งกำแพงภาษี การใช้สงครามการค้า จะเป็นเรื่องใหญ่มาก การที่เราเสนอตัวเข้าไปเป็นสมาชิก BRICS และ OECD จะส่งผลอย่างไร ไทยจะดำเนินนโยบายอย่างไร จุดยืนของไทยในนโยบายไผ่ลู่ลมหรือความพยายามประสานประโยชน์เป็นรัฐทางเลือกมาถูกทางแล้ว การไม่เลือกข้างหรือเลือกทั้งสองข้างอันนี้ก็ถูกทางแล้ว แต่ประเด็นสำคัญคือเราควรมีท่าทีที่ชัดเจนต่อจีนและสหรัฐอเมริกาและในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรุกรานยูเครนของรัสเซีย จุดยืนที่เป็นประชาธิปไตยและประนีประนอมกับทั้งสองฝั่งเป็นเรื่องที่ไทยจะต้องตั้งหลักให้มั่น” ดร.สิริพรรณกล่าว

