หน้าแรก ต่างประเทศ ม.ล.ณัฏฐกรณ์แ...

ม.ล.ณัฏฐกรณ์แจง 5 ปัจจัย คนตัดสินใจเลือกปธน. โพลยังไม่ชัดใครเข้าวิน

17.10.24 | 16:20 น.

ม.ล.ณัฏฐกรณ์แจง 5 ปัจจัย คนตัดสินใจเลือกปธน. โพลยังไม่ชัดใครเข้าวิน

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่ห้องคริสตัล บ็อกซ์ ชั้น 19 เกสร เออร์บิน รีสอร์ท อาคารเกษรทาวเวอร์ มล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล กล่าวบรรยายในหัวข้อสรุปศึกชิงทำเนียบขาว ซึ่งเป็นช่วงท้ายของการเสวนา US Election 2024 เจาะลึกศึกชิงทำเนียบขาว จัดโดยเครือมติชน ร่วมกับสมาคมอเมริกันศึกษาในประเทศไทยและคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ม.ล.ณัฏฐกรณ์กล่าวสรุปผลโพลของสื่อแต่ละสำนักในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งสหรัฐว่าผลโพลคะแนนนิยมใน 7 มลรัฐสะวิงสเตตของสำนักข่าว Euronews แสดงให้เห็นว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐและตัวแทนจากพรรครีพับลิกันเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดี มีคะแนนเหนือนางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐและตัวแทนจากพรรคเดโมแครตเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดี เพียงแค่ 2 ใน 7 รัฐเท่านั้น แต่ว่ากันว่าให้จับตาการนับคะแนนในมลรัฐโอไฮโอที่มีคะแนนของคณะผู้เลือกตั้ง (electorial vote) เยอะ มีความเป็นรัฐสะวิงสเตตที่รีพับลิกันและเดโมแครตผลัดกันชนะในรัฐนี้และส่วนใหญ่หากใครชนะในรัฐโอไฮโอจะชนะการเลือกตั้งสหรัฐ โพลเกือบทุกสำนักชี้ว่าทรัมป์นำแฮร์ริสขาดลอยในโอไฮโอ หากทำนายว่าแฮร์ริสจะชนะการเลือกตั้งเพราะเธอกำลังมีคะแนนนิยมนำในรัฐสะวิงสเตตส่วนใหญ่ก็เป็นความคิดที่ถูก แต่ถ้าดูเฉพาะในโอไฮโอ โพลส่วนใหญ่ให้ทรัมป์ชนะขาด เราจึงกลับมาที่จุดเดิมว่าเราก็ยังฟันธงไม่ได้อยู่ดีว่าใครจะชนะการเลือกตั้ง

เมื่อดูโพลสำรวจทั่วประเทศก็จะขึ้นอยู่กับว่าคุณดูสำนักไหน ฟ็อกซ์นิวส์บอกว่าทรัมป์มีคะแนนนิยมนำแฮร์ริสในเดือนตุลาคมที่ 50% ต่อ 48% เปลี่ยนจากในเดือนกันยายนที่บอกว่าแฮร์ริสเป็นฝ่ายนำ ขณะที่โพลที่ The Congress ที่จัดทำร่วมกับ YouGov บอกว่าแฮร์ริสนำทรัมป์ 49% ต่อ 45% ด้านโพลของสำนักข่าวเอ็นบีซีบอกว่าทรัมป์และแฮร์ริสเสมอกันที่ 48% หากทรัมป์จะชนะการเลือกตั้งจะต้องมีปัจจัยเสริมที่ทำให้คนเทคะแนนให้ โดยเฉพาะในส่วนคนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกใคร

ในการเมืองการเลือกตั้งสหรัฐมีอยู่ด้วยกัน 5 ปัจจัยที่ทำให้คนชั่งน้ำหนักในการตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ปัจจัยแรกคือ เศรษฐกิจ ว่าเป็นอย่างไร ซึ่งตอนนี้ดูตามตัวเลขจีดีพีจะพบว่าเศรษฐกิจของสหรัฐยังไม่อยู่ในภาวะถดถอย ธนาคารกลางสหรัฐสามารถปรับอัตราดอกเบี้ยแบบ soft landing ได้เพราะอัตราเงินเฟ้อปรับลดลงมาแล้วหลังแตะระดับสูงสุดตลอดกาลในยุคของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่ทรัมป์เอามาใช้หาเสียง ปัจจัยที่สองคือ Emotion ว่ามีม็อบหรือไม่ ทัศนคติของคนเลือกตั้งในมุมหนึ่งคือไปเลือกตั้งเพื่อเปลี่ยนผู้นำให้เกิดความสงบในบ้านเมือง แต่เมื่อไม่มีม็อบแล้วเราต้องเปลี่ยนผู้นำหรือไม่

Advertisement

ปัจจัยที่ 3 ที่มีอิทธิพลต่อการเลือกตั้งคือเรื่องนโยบายการต่างประเทศ ในปัจจุบันภูมิรัฐศาสตร์มีความขัดแย้งสูง สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางรวมถึงสถานการณ์การสู้รบในยุโรปตะวันออก ประเด็นนี้จำแนกคนออกได้เป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มคนที่ต้องการคนที่หนุนภารกิจการสู้รบในต่างประเทศ และที่สามารถคาดเดาได้ว่าจะดำเนินนโยบายอย่างไร หรือกลุ่มคนที่ต้องการผู้สนับสนุนให้ชาติดำเนินนโยบายโดดเดี่ยว (isolationist) แต่ไม่สามารถคาดเดาได้

เรื่องนโยบายการต่างประเทศเอื้อต่อทั้งแฮร์ริสและทรัมป์ในแบบที่ไม่เหมือนกัน ผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งที่ต้องการยุติการสู้รบในยูเครน รวมถึงการให้ความช่วยเหลือกับยูเครนทั้งในเรื่องงบประมาณและอาวุธยุโรปกรณ์ หรือต้องการให้สหรัฐมีส่วนรวมกับอิสราเอลให้การทำสงครามกับอิหร่าน โดยทรัมป์มีความเชื่อว่าอิหร่านเป็นผู้สั่งการการลอบสังหารที่เขาเผชิญ คนกลุ่มนี้มีแนวโน้มว่าจะเลือกทรัมป์ อย่างไรก็ดี ในกรณีที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องการผู้นำที่กล้าขวางนายเบนจามิน เนทันฮายู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลในการทำสงคราม และแสดงความจำเป็นที่จะต้องเปิดให้องค์การสหประชาชาติมีบทบาทดำเนินภารกิจในด้านมนุษยธรรม หรืออยากเห็นผู้นำที่มีท่าทีแข็งขอกับปูตินบ้างแฮร์ริสเป็นตัวเลือกที่จะตอบโจทย์คนกลุ่มนี้

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือเรื่องที่แฮร์ริสไม่ได้ชนะการเลือกตั้งในรอบการเลือกตั้งขั้นต้น (Primary Vote) ด้วยเสียงสนับสนุนของเธอเอง หากถามสนับสนุนพรรคเดโมแครตว่าอยากให้คนเป็นตัวแทนพรรคเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดี พวกเขาจะเสนอชื่ออื่น โดยเรื่องนี้เป็นปัจจัยลบที่ควรคำนึงถึงเวลาทำโพล สำหรับปัจจัยสุดท้ายนั้นคือเรื่องคาริสม่าหรือความมีเสน่ห์ของตัวแทนพรรคแต่ละพรรคเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดี โดยเรื่องนี้ทรัมป์ได้เต็มๆ เขามีบุคลิกที่น่าตื่นเต้น สนุกและมีความเป็นตัวของตัวเองสูง แต่เรื่องนี้ก็เป็นดาบ 2 คมและมีผลในแง่ลบคือคนเกลียดจะเกลียดแรง ซึ่งปัจจัยเรื่องคาริสม่านี้จะมีผลต่อการตัดสินใจลงคะแนนเสียงในวินาทีสุดท้าย ซึ่งอาจจะพลิกไปจากโพลที่แฮร์ริสนำอยู่ประมาณ 2%