ฮิวแมนไรท์วอทช์ วอนรัฐบาลไทยสอบสวน เหตุโรฮีนจาหนีเข้าไทย ถูกทิ้งชุมพร ดับ 3
สืบเนื่องจากกรณี ชาวโรฮีนจา เสียชีวิต 3 ราย ขณะขบวนการค้ามนุษย์ ได้นำขึ้นรถกระบะตู้ทึบ เพื่อเดินทางไปปลายทาง จ.สงขลา และ ต้องการมุ่งหน้าไปยังประเทศมาเลเซีย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
- ช็อก แก๊งค้ามนุษย์ ยัดแรงงานต่างด้าว ในรถตู้ทึบ ขาดอากาศดับ 2 ร่อแร่อีก 8
- จับแล้ว 2 แก๊งค้ามนุษย์ อัดแรงงานต่างด้าวใส่ตู้ทึบกระบะ ดับ 3 ทิ้งศพกลางป่า เร่งล่าตัวอีกราย
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ฮิวแมนไรท์วอทช์ ได้ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยสอบสวนเหตุการณ์ที่กลุ่มชาวโรฮีนจาที่อพยพมาจากประเทศเมียนมาเข้ามาในประเทศไทย ถูกคนขับรถกระบะปล่อยทิ้งไว้กลางทาง ระหว่างเดินทางมุ่งหน้าชายแดนประเทศมาเลเซีย ที่จังหวัดชุมพรซึ่งในจำนวนนี้มีชาวโรฮิงญาเสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บอีกหลายราย โดยฮิวแมนไรท์วอทช์ เรียกร้องให้ทางการไทย เร่งคุ้มครองชาวโรฮิงญาที่รอดชีวิต และนำตัวผู้ผู้กระทำผิดในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มาลงโทษ
ฮิวแมนไรท์วอทช์ระบุว่า เมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา พระสงฆ์ที่วัดแห่งหนึ่งในอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพรพบกลุ่มชาวโรฮีนจาในสภาพอิดโรย จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยพบว่าชาวโรฮีนจา 10 ราย บาดเจ็บอยู่ในอาการสาหัส อีกหลายคนหมดสติ และมีชาวโรฮีนจาเสียชีวิต 2 ราย ผู้ที่รอดชีวิตถูกนำไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลในอำเภอหลังสวน และมีรายงานว่ามีชาวโรฮีนจาเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 1 ราย
ข้อมูลเบื้องต้นจากผู้ที่รอดชีวิตเปิดเผยว่า กลุ่มชาวโรฮีนจาประมาณ 70 คน อพยพมาจากรัฐยะไข่ของเมียนมา เข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ใกล้กับอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ต่อมาชาวโรฮีนจากลุ่มดังกล่าว ถูกพาตัวอัดเข้าไปในรถกระบะห้องเย็นหลายคัน เพื่อเดินทางจากจังหวัดตากไปยังชายแดนมาเลเซีย ในเส้นทางยาว 1,500 กิโลเมตร แต่เมื่อเดินทางมาได้ราว 1,000 กิโลเมตรถึงอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร คนขับรถบรรทุกคันหนึ่งได้จอดเพื่อทิ้งชาวโรฮีนจาที่ถูกเบียดกันจนเสียชีวิตในรถ หลายคนหมดสติ และหลายคนอยู่ในสภาพอิดโรยเกินกว่าที่จะเดินทางต่อได้
อีเลน เพียร์สัน ผู้อำนวยการฮิวแมนไรท์วอทช์ประจำภูมิภาคเอเชียกล่าวว่า “รัฐบาลไทยควรที่จะทำการสอบสวนอย่างน่าเชื่อถือ เพื่อสืบค้นข้อเท็จจริง เบื้องหลังการเสียชีวิตอันน่าสยดสยองนี้ และนำตัวผู้รับผิดมาลงโทษ” นอกจากนั้นแล้ว เพียร์สันกล่าวอีกว่าทางการไทยควรที่จะจับผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้มารับโทษ ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใคร และขอให้ทางการไทยมอบการรักษา คัดกรองสถานะผู้ลี้ภัย และให้ความช่วยเหลือแก่ผู้รอดชีวิต

องค์กรสิทธิมนุษยชนและสื่อได้รายงานถึงเครือข่ายการค้ามนุษย์ในประเทศไทยมานานหลายปี โดยชาวโรฮีนจาที่หลบหนีจากประเทศเมียนมาเข้ามาในประเทศไทยเพื่อใช้เป็นเส้นทางเพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซียที่มีผู้อพยพชาวโรฮีนจาอาศัยอยู่จำนวนมาก รัฐบาลไทยมีนโยบายในการปฏิเสธไม่ให้สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ทำการคัดกรองสถานะผู้ลี้ภัยของชาวโรฮีนจาที่หลบหนีการกดขี่ข่มเหงในเมียนมา ไทยไม่ได้เป็นภาคีของอนุสัญญาของสหประชาชาติว่าด้วยสถานะผู้ลี้ภัย 1951 และไม่ได้นำคำจำกัดความเรื่องสถานะผู้ลี้ภัยเอาไว้ในกฎหมายในประเทศ และไม่มีกลไกในการพิจารณาคำร้องขอสถานะผู้ลี้ภัยที่เหมาะสมและเข้าถึงได้
โดยสรุปแล้ว ทางการไทยมักกำหนดให้ชาวโรฮีนจาที่ถูกพบตัวในประเทศไทยโดยไม่มีเอกสารทางกฎหมายนั้นว่า เป็นผู้อพยพเข้าเมืองที่ผิดกฎหมาย แม้พวกเขามีความเสี่ยงที่จะถูกข่มเหงรังแก และได้รับการดูแลที่ไม่ดีในเมียนมา เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของไทยได้จับกุมชายชาวโรฮีนจาไว้ในห้องขังที่มีสภาพความเป็นอยู่ที่แออัดและไม่ดี ขณะที่ส่งผู้หญิงและเด็กชาวโรฮีนจาไปยังศูนย์พักพิงของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ฮิวแมนไรท์วอทช์ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลไทยของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีควรยกเลิกนโยบายที่ปฏิเสธไม่ให้ UNHCR ทำการคัดกรองสถานะผู้ลี้ภัยของชาวโรฮีนจา และปล่อยตัวผู้ขอลี้ภัยและผู้อพยพจากสถานกักขัง
“รัฐบาลไทยควรที่จะช่วยเหลือผู้ที่หนีการกดขี่ ไม่ใช่ทำให้ความทุกข์ของพวกเขาแย่ลง” เพียร์สันกล่าว

