‘บลิงเคน’ เยือน ตอ.กลางรอบ 11 ดันข้อตกลงหยุดยิงกาซา-เลบานอน
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เยือนภูมิภาคตะวันออกกลางเพื่อเร่งผลักดันการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งจะเปิดทางไปสู่การเจรจาเพื่อยุติสงครามในกาซาและความขัดแย้งในเลบานอน โดยการเยือนของบลิงเคนในครั้งนี้เป็นความพยายามครั้งที่ 11 หลังจากที่กลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ซึ่งทำให้เกิดสงครามในฉนวนกาซาขึ้น ขณะที่อิสราเอลขยายการโจมตีต่อกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มติดอาวุธเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านด้วย
ในวันเดียวกัน อิสราเอลโจมตีหลายพื้นที่ในเขตชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงเบรุต ลาบานอน รวมถึงโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยราฟิก ฮาริรี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลหลักที่สำคัญของกรุงเบรุต ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย โดยเป็นเด็ก 1 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 24 รายอีกด้วย
ทั้งนี้ กองกำลังทหารอิสราเอลอ้างว่า การโจมตีเมื่อวันที่ 21 เป็นการโจมตีทางทหารที่มีเป้าหมายคือกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และโรงพยาบาลไม่ได้รับความเสียหายใดๆ นอกจากนี้ยังกล่าวด้วยว่า กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้แฝงอิทธิพลของตนและซ่อนตัวภายใต้ประชาชนผู้บริสุทธิ์
ในขณะเดียวกัน นายอาโมส ฮอคสตีน ทูตพิเศษของสหรัฐ หารือกับเจ้าหน้าที่รัฐของเลบานอนในเรื่องเงื่อนไขในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ เขากล่าวว่า ความขัดแย้งในครั้งนี้เป็นเพิกเฉยต่อข้อมติสมัชชาสหประชาชาติข้อที่ 1701 ซึ่งยุติความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและเลบานอนเมื่อปี 2006 และได้ทำให้บริเวณชายแดนทางตอนใต้ของเลบานอนที่อยู่ติดอิสราเอลปราศจากกองกำลังทางทหารและอาวุธของชาติอื่น สหรัฐกำลังเร่งหาหนทางอื่นๆ เพื่อทำให้ข้อมติสมัชชาสหประชาชาติข้อนี้ถูกใช้อย่างยุติธรรม ถูกต้องและโปร่งใส
ฮอคสตีนระบุว่า สหรัฐดำเนินพูดคุยกับรัฐบาลของเลบานอนและรัฐบาลของอิสราเอลเพื่อหาทางการยุติความขัดแย้งอย่างถาวรและสำหรับทุกคนอีกด้วย

