หน้าแรก ต่างประเทศ จับตาการเมือง...

จับตาการเมืองญี่ปุ่นไม่นิ่ง หลังเลือกตั้งทั่วไป 27 ต.ค. คาด LDP เสียเสียงข้างมาก

25.10.24 | 11:33 น.
AFP

จับตาการเมืองญี่ปุ่นไม่นิ่ง หลังเลือกตั้งทั่วไป 27 ต.ค. คาด LDP เสียเสียงข้างมาก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การเมืองญี่ปุ่นหลังจากการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคมนี้ อาจเป็นการสิ้นสุดการครองเสียงข้างมากของพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ที่เป็นรัฐบาลมายาวนานมากกว่า 10 ปี โดยอาจต้องทำข้อตกลงแบ่งปันอำนาจกับพรรคอื่นๆ เพื่อที่จะบริหารประเทศต่อไป

ผลโพลก่อนหน้าการเลือกตั้งชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า พรรคแอลดีพีที่นำโดยนายชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีและผู้นำพรรคคนใหม่ ซึ่งครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรมาตั้งแต่ปี 2012 และจัดตั้งรัฐบาลผสมร่วมกับพรรคโคเมโตะ ประสบกับความไม่พอใจของผู้มีสิทธิออกเสียง เกี่ยวกับเรื่องอื้อฉาวในการระดมทุนของพรรค และค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นที่กลายเป็นประเด็นที่คุกคามความนิยมของรัฐบาล

โทโมอากิ อิวาอิ ศาสตราจารย์กิตติคุณแห่งมหาวิทยาลัยนิฮอนและผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินในทางการเมือง กล่าวว่า ความโกรธแค้นของประชาชนยังไม่ลดลง และการเลือกตั้งของพรรคแอลดีพีในคราวนี้น่าจะสูสีอย่างมาก

การสำรวจความคิดเห็นในหนังสือพิมพ์อาซาฮีเมื่อต้นสัปดาห์นี้ระบุว่า พรรคแอลดีพีอาจสูญเสียที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรมากถึง 50 ที่นั่งจากทั้งหมด 247 ที่นั่ง และพรรคโคเมโตะอาจลดลงเหลือไม่ถึง 30 ที่นั่ง ทำให้พรรคร่วมรัฐบาลมีที่นั่งน้อยกว่า 233 ที่นั่งที่จำเป็นสำหรับการครองเสียงข้างมาก

Advertisement

แม้ว่าพรรคแอลดีพีจะยังคงเป็นพรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุดในรัฐสภา แต่คะแนนเสียงส่วนใหญ่อาจตกไปอยู่ที่พรรคการเมืองอันดับสองที่เป็นพรรคฝ่ายค้านคือพรรครัฐธรรมนูญประชาธิปไตยแห่งญี่ปุ่น (ซีดีพีเจ) ซึ่งโค่นพรรคแอลดีพีลงได้ในปี 2009 คาดว่าพรรคซีดีพีเจอาจคว้าชัยชนะได้ถึง 140 ที่นั่ง

หากแอลดีพีอาจต้องแสวงหาพรรคที่มาเป็นพันธมิตรในการจัดตั้งรัฐบาลเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 พรรค อาจทำให้อิชิบะไม่สามารถกำหนดนโยบายได้ตามต้องการ และยังอาจทำให้ความพยายามของธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นในการยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดำเนินมาหลายทศวรรษมีความซับซ้อนมากขึ้น

การเลือกตั้งทั่วไปของญี่ปุ่นมีขึ้น 9 วันก่อนเลือกประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ในวันที่ 5 พฤศจิกายน ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ที่ปั่นป่วนวุ่นวายค่อนข้างมากอยู่แล้ว เนื่องจากรัฐบาลญี่ปุ่นกำลังเผชิญความตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้นกับจีนซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงภาวะเงินเฟ้อส่งผลกระทบต่อครัวเรือนของญี่ปุ่นอย่างหนัก