
คอลัมน์ไฮไลต์โลก: จริงหรือหลอก? เกาหลีเหนือส่งทหารช่วยรัสเซียรบ
รัสเซียยังคงปากแข็งบอกเป็น “เฟกนิวส์” หลังประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ออกมากล่าวอ้างเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าเกาหลีเหนือเตรียมส่งทหารอีก 10,000 นาย ไปสมทบกำลังทหารรัสเซียทำสงครามสู้รบในยูเครน ก่อนหน้านั้นสื่อยูเครนรายงานว่าพบศพทหารเกาหลีเหนือ 6 นายในเหตุยิงขีปนาวุธโจมตีแคว้นโดเนตสค์ของยูเครน เมื่อ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา
สำทับด้วยข้อมูลของหน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้ที่อ้างว่าจับพบความเคลื่อนไหวที่เกาหลีเหนือส่งทหารกองกำลังพิเศษจำนวน 1,500 นาย ไปยังเมืองวลาดิวอสต็อก ทางตะวันออกไกลของรัสเซีย ช่วงวันที่ 8-13 ตุลาคม เพื่อทำการฝึกและปรับตัวที่ฐานทัพที่นั่น โดยทหารเกาหลีเหนือได้รับมอบเครื่องแบบทหารรัสเซีย อาวุธ และเอกสารระบุตัวตนปลอม ซึ่งทั้งหมดน่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนจะส่งกำลังพลเกาหลีเหนือไปยังสมรภูมิรบต่อไป
เกาหลีใต้ยังอ้างว่าได้ใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้า AI ระบุตัวตนพบเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือหลายสิบคน ที่รวมถึง “รี ซงจิน” ผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาขีปนาวุธของเปียงยาง ลงพื้นที่แนวหน้าในยูเครนเพื่อให้คำชี้แนะทหารรัสเซียในการใช้ขีปนาวุธ KN-23 ของเกาหลีเหนือยิงโจมตีเป้าหมาย
สื่อสหรัฐอย่าง ซีเอ็นเอ็น ยังเผยคลิปวิดีโอที่อ้างว่าได้จากศูนย์สื่อสารเชิงยุทธศาสตร์และความมั่นคงของยูเครน แสดงให้เหตุการณ์ที่อ้างว่าเป็นทหารเกาหลีเหนือขณะเข้าแถวรับเครื่องแบบทหารและอุปกรณ์ใช้งานที่ศูนย์ฝึกภาคพื้นดินทางตะวันออกไกลของรัสเซีย เป็นหลักฐานยืนยันข้อมูลที่หน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้อ้างถึงข้างต้น
ทั้งหมดทั้งมวลนี้หากเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง ก็เป็นสิ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันสุดแนบแน่นระหว่างรัสเซียกับเกาหลีเหนือ ที่ต้องจับมือกันให้แน่นในการเผชิญหน้ากับศัตรูเดียวกันนั่นคือ ชาติตะวันตกกับพันธมิตร หลังจากวลาดิมีร์ ปูติน กับคิม จองอึน ลงนามความตกลงเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมระหว่างกันไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เป็นการยกระดับความสัมพันธ์สองชาติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้านการทหารและการป้องกัน นอกเหนือไปจากที่มีการกล่าวอ้างว่าเกาหลีเหนือได้จัดส่งอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมากให้กับรัสเซียมาตั้งแต่ปีที่แล้ว
อย่างไรก็ดีมีมุมมองจากหลายฝ่ายถึงข้อจำกัดของการร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ของทหารเกาหลีเหนือกับรัสเซียในสมรภูมิยูเครน หนึ่งในนั้นเป็นอุปสรรคเรื่องภาษาและการไม่คุ้นเคยกับระบบของรัสเซีย ซึ่งจะทำให้บทบาทของทหารเกาหลีเหนือในการสู้รบมีความซับซ้อน อีกทั้งทหารเกาหลีเหนือยังไร้ประสบการณ์สู้รบในสงครามจริง
ขณะนักวิเคราะห์ทางการทหารชี้ว่ามีหลายคำถามว่ารัสเซียจะอุดช่องโหว่ในการประสานการสู้รบภาคพื้นดินกับเกาหลีเหนืออย่างไร การได้กำลังพลเสริมอาจไม่ได้ช่วยเปลี่ยนเกมที่เป็นอยู่ แต่อาจช่วยยื้อความขัดแย้งได้นานขึ้น และยิ่งเสี่ยงต่อการขยายวงสงคราม
