หน้าแรก ต่างประเทศ ถึงเวลาเอาคืน...

ถึงเวลาเอาคืน! อิสราเอลโจมตีทางอากาศถล่มอิหร่าน 3 ระลอก มุ่งเป้าหมายทางทหาร สหรัฐบอกรู้ แต่ไม่เกี่ยว

26.10.24 | 11:03 น.
สภาพกรุงเตหะราน เมืองหลวงอิหร่าน ในช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม ขณะที่ถูกกองทัพอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มใส่ เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านโจมตีอิสราเอลก่อนหน้านี้ (เอเอฟพี)

ถึงเวลาเอาคืน! อิสราเอลโจมตีทางอากาศถล่มอิหร่าน 3 ระลอก มุ่งเป้าหมายทางทหาร สหรัฐบอกรู้ แต่ไม่เกี่ยว

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มใส่เป้าหมายทางทหารในประเทศอิหร่านหลายแห่งตั้งแต่เช้ามืดของวันเสาร์ (26 ต.ค.) เป็นการตอบโต้เอาคืนอิหร่านที่รัวยิงขีปนาวุธเกือบ 200 ลูกถล่มอิสราเอลเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการโจมตีอิสราเอลเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 6 เดือนของอิหร่าน และเป็นพัฒนาการล่าสุดในความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นระหว่างสองชาติปฏิปักษ์ที่อาจขยายวงสงครามขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง

สถานีโทรทัศน์ทางการอิหร่านรายงานว่าเสียงระเบิดดังกระหึ่มต่อเนื่องอย่างน้อยกว่า 2 ระลอกในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน และฐานทัพหลายแห่งที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงภายในเวลากว่า 2 ชั่วโมง ซึ่งโฆษกกองทัพอิหร่านกล่าวว่าเสียงระเบิดหลายครั้งที่ได้ยินในกรุงเตหะรานมีความเชื่อมโยงกับระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ตอบสนองต่อความพยายามของระบอบไซออนิสต์ (อิสราเอล) ที่จะโจมตีสถานที่ 3 แห่งนอกกรุงเตหะราน

สำนักข่าว IRNA สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า เสียงการยิงต่อต้านอากาศยานได้ดังขึ้นกลางกรุงเตหะราน ขณะที่สำนักข่าว Fars รายงานว่าฐานทัพหลายแห่งที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือของเตหะรานตกเป็นเป้าหมายโจมตีของอิสราเอล

สื่อทางการอิหร่านรายงานว่าเสียงระเบิดรุนแรงได้เริ่มดังขึ้นตั้งแต่เวลา 02.00 น.ของวันเสาร์นี้ตามเวลาท้องถิ่น แต่สื่ออิหร่านพยายามไม่ให้ความสำคัญกับการโจมตีดังกล่าวในตอนแรก โดยระบุว่าการดำเนินชีวิตยังคงเป็นไปตามปกติ

Advertisement

ขณะที่สำนักข่าวทาสนิมรายงานว่าฐานทัพของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ไม่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีแต่อย่างใด สถานีโทรทัศน์อิหร่านยังแพร่ภาพของสนามบินนานาชาติอิหม่ามโคเมนี ในกรุงเตหะราน พร้อมผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงขณะทยอยเดินลงจากหลายเที่ยวบินที่พวกเขาโดยสารมา

ด้านโฆษกขององค์การการบินพลเรือนของอิหร่านเปิดเผยว่าเที่ยวบินในทุกเส้นทางได้ถูกยกเลิกทั้งหมด จนกว่าจะมีการประกาศแจ้งต่อไป

สำนักข่าว SANA ของทางการซีเรียรายงานว่า อิสราเอลยังได้โจมตีทางอากาศถล่มเป้าหมายทางทหารส่วนหนึ่งในพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ของประเทศซีเรียในช่วงเช้ามืดวันเดียวกันด้วย และว่า กองกำลังป้องกันทางอากาศของซีเรียได้สกัดขีปนาวุธที่อิสราเอลยิงโจมตีมาจากทางที่ราบสูงโกลันซีเรียที่อิสราเอลยึดครองและจากดินแดนของเลบานอน อย่างไรก็ตาม อิสราเอลไม่ได้ออกมายืนยันว่าได้โจมตีซีเรีย

กองกำลังป้องกันอิสราเอล (ไอดีเอฟ) ซึ่งก็คือกองทัพอิสราเอล แถลงถึงปฏิบัติการโจมตีอิหร่านในวันนี้ว่า เป็นการตอบโต้ระบอบปกครองในอิหร่านที่ก่อการโจมตีต่ออิสราเอลมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะนี้กองกำลังป้องกันอิสราเอลกำลังโจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่านอย่างแม่นยำ และว่า อิสราเอลมีสิทธิและหน้าที่ที่จะตอบโต้ต่อการโจมตีใดๆ จากเตหะรานและตัวแทนของพวกเขา ซึ่งรวมถึงการโจมตีด้วยขีปนาวุธที่ถูกยิงออกมาจากแผ่นดินอิหร่าน

อย่างไรก็ดี รอยเตอร์อ้างเจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นชาติพันธมิตรของอิสราเอล กล่าวว่า เป้าหมายที่อิสราเอลโจมตีในอิหร่านนั้นไม่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและนิวเคลียร์รวมอยู่ด้วย

ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ เคยกล่าวเตือนอิสราเอลไว้ว่า สหรัฐ ที่เป็นผู้สนับสนุนและผู้จัดหาอาวุธสำคัญของอิสราเอล จะไม่สนับสนุนการโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของอิหร่าน และกล่าวว่าอิสราเอลควรพิจารณาทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการโจมตีแหล่งน้ำมันของอิหร่าน

ด้านนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล และนายโยอัฟ กัลแลนต์ รัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอล กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดภายหลังปฏิบัติการโจมตีอิหร่านดังกล่าวอยู่ที่ศูนย์บัญชาการและควบคุมในกรุงเทลอาวีฟ ขณะที่เจ้าหน้าที่กลาโหมสหรัฐเปิดเผยว่า นายกัลลันต์ได้พูดคุยกับนายลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐ เพียงไม่นานหลังจากอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน โดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐเปิดเผยว่า นายออสตินได้เน้นย้ำไปถึงท่าทีในการใช้กำลังของสหรัฐว่าจะเป็นไปเพื่อปกป้องบุคลากรของสหรัฐ อิสราเอลและพันธมิตรของสหรัฐทั่วทั้งภูมิภาค

เจ้าหน้าที่สหรัฐอีกรายบอกกับรอยเตอร์ว่า สหรัฐได้รับแจ้งจากอิสราเอลก่อนการโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในปฏิบัติการดังกล่าว

ซีเอ็นเอ็นรายงานอ้างแหล่งข่าว 2 รายที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการโจมตีครั้งนี้เปิดเผยว่า การตอบโต้อิหร่านของอิสราเอลในเช้าวันเสาร์นี้ได้ยุติลงแล้ว หลังการโจมตี 3 ระลอก ซึ่งเป้าหมายที่ชัดเจนและขอบเขตความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการลงโทษโดยอิสราเอลในครั้งนี้นั้นยังคงไม่ชัดเจน

ทั้งนี้การเผชิญหน้าระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน ที่เป็นปฏิปักษ์กันมาช้านาน ทวีความตึงเครียดมากยิ่งขึ้นหลังกลุ่มฮามาสบุกโจมตีในดินแดนอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมปีที่แล้ว ซึ่งได้สังหารผู้คนในอิสราเอลไปเป็นพันคนและจับตัวประกันเข้าไปในฉนวนกาซาอีกกว่า 200 คน ส่งผลให้อิสราเอลเปิดปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซาเพื่อมุ่งทำกวาดล้างกลุ่มฮามาส ที่มีกลุ่มติดอาวุธเฮซบอลเลาะห์ในเลบานอนให้การสนับสนุนอยู่ รวมถึงอิหร่าน ที่ให้การสนับสนุนอย่างสำคัญต่อกลุ่มติดอาวุธทั้งสองในการทำสงครามตัวแทนกับอิสราเอล ซึ่งส่งผลให้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีความซับซ้อนรุนแรงจนจุดความวิตกกังวลให้กับหลายฝ่ายว่าความขัดแย้งจะขยายวงลุกลามเป็นสงครามในภูมิภาค