อิสราเอลแบน UNRWA ดำเนินงานในปท. เลขาฯยูเอ็นชี้รับไม่ได้ ห่วงกระทบผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม รัฐสภาอิสราเอลได้ผ่านกฎหมายห้ามสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานแห่งสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ (UNRWA) ซึ่งเป็นหน่วยงานบรรเทาทุกข์ภายใต้ยูเอ็น เข้ามาดำเนินงานภายในประเทศอิสราเอล เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดที่สร้างความหวั่นวิตกให้กับพันธมิตรตะวันตกของอิสราเอลที่เกรงว่าจะยิ่งทำให้สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซาหลังการทำสงครามกวาดล้างกลุ่มฮามาสของอิสราเอลที่ย่ำแย่อยู่แล้วจะยิ่งเลวร้ายลงไปอีก
ในขณะที่นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ UNRWA ที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายต่ออิสราเอล จะต้องถูกนำตัวมารับผิดชอบ
ด้านนายฟิลิปป์ ลาซซารินี หัวหน้าสำนักงาน UNRWA โพสต์ทางแพลตฟอร์ม X ให้ความเห็นถึงการผ่านกฎหมายดังกล่าวของอิสราเอลว่า การโหวตดังกล่าวขัดต่อกฎบัตรยูเอ็นและเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นความพยายามล่าสุดที่จะให้ UNRWA เสื่อมเสียชื่อเสียงและไม่มีความชอบธรรมในการจัดหาความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์
ขณะที่นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่า การดำเนินการตามกฎหมายที่ห้ามหน่วยงานผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ของสหประชาชาติ UNRWA ดำเนินการในอิสราเอลนั้น อาจส่งผลร้ายแรงต่อผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และว่า การนำกฎหมายเหล่านี้ไปใช้จะเป็นอันตรายต่อการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ รวมถึงสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคโดยรวม และดังที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ UNRWA เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ พร้อมกล่าวด้วยว่า ตนจะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติต่อไป
การผ่านกฎหมายดังกล่าวมีขึ้นหลังจากอิสราเอลได้กล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งของ UNRWA ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่กลุ่มฮามาสบุกก่อเหตุโจมตีทางตอนใต้ของประเทศอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมปีที่ผ่านมา และยังกล่าวหาว่ามีเจ้าหน้าที่ UNRWA จำนวนหนึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มฮามาสและกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ
การโหวตผ่านกฎหมายแบน UNRWA ของอิสราเอลมีขึ้นในวันเดียวกับที่ทัพรถถังของอิสราเอลได้บุกเข้าไปกวาดล้างนักรบฮามาสในพื้นที่ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา ที่มีพลเรือนชาวปาเลสไตน์ติดอยู่ราว 100,000 คน กองทัพอิสราเอลยังอ้างว่าทหารอิสราเอลได้จับตัวผู้ต้องสงสัยเป็นกลุ่มติดอาวุธไว้ได้ราว 100 คนขณะบุกจู่โจมโรงพยาบาลในค่ายจาบาเลีย ซึ่งกลุ่มฮามาสและบุคลากรทางการแพทย์ปฏิเสธว่าไม่มีกลุ่มติดอาวุธใดๆ อยู่ในโรงพยาบาล

