หน้าแรก ต่างประเทศ ‘ทรัมป์-แฮร์ร...

‘ทรัมป์-แฮร์ริส’ หาเสียงเนวาดา-แอริโซนา หวังกวาดเสียงชาวฮิสแปนิก

1.11.24 | 11:15 น.
AFP

‘ทรัมป์-แฮร์ริส’ หาเสียงเนวาดา-แอริโซนา หวังกวาดเสียงชาวฮิสแปนิก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจากพรรครีพับลิกัน ได้ลงพื้นที่หาเสียงในรัฐนิวเม็กซิโก รัฐเนวาดา และรัฐแอริโซนา ขณะที่นางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐ ตัวแทนจากพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ลงพื้นที่หาเสียงในรัฐแอริโซนา และเนวาดา ในความพยายามที่จะรวบรวมเสียงสนับสนุนจากชาวอเมริกันเชื้อสายฮิสแปนิกในพื้นที่ตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐ

ทรัมป์เริ่มเปิดฉากการหาเสียงเวทีแรกในวันที่ 31 ตุลาคม ที่เมืองอัลบูเคอร์คี รัฐนิวเม็กซิโก ซึ่งเป็นรัฐที่เขาพ่ายแพ้ให้กับประธานาธิบดีโจ ไบเดนของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2020 มากถึง 10% ทรัมป์ยังคงเล่นงานประเด็นเรื่องผู้อพยพต่อไปโดยบอกกับผู้สนับสนุนว่าผู้อพยพได้เปิดฉากฆ่าชาวอเมริกันอย่างสนุกสนานทั่วประเทศ ทรัมป์บอกอีกว่าจะช่วยให้ครัวเรือนประหยัดเงินไปราว 7,000 ดอลลาร์ในปีแรกอย่างเดียว และเขาจะยุติปัญหาเงินเฟ้อที่เป็นฝันร้าย และจะทำให้เกิดการจ้างงานมากที่สุดเป็นประวัติการณ์

นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจากพรรครีพับลิกัน ขึ้นเวทีหาเสียงที่เมืองอัลบูเคอร์คี รัฐนิวเม็กซิโก เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม (เอเอฟพี)

ส่วนในประเด็นเศรษฐกิจ ทรัมป์บอกว่าเขาจะแต่งตั้งตำแหน่งใหม่ในคณะรัฐมนตรีให้กับสมาชิกอาวุโสในรัฐบาล ผู้ซึ่งจะมุ่งให้ความสำคัญในการทำทุกอย่างเท่าที่อำนาจรัฐบาลกลางจะสามารถทำได้เพื่อลดค่าครองชีพ และเขาจะแก้ปัญหาการก่ออาชญากรรมที่รุนแรงและสนับสนุน ปกป้องตำรวจอเมริกัน ต่อมาทรัมป์เดินทางไปหาเสียงต่อที่เมืองเฮนเดอร์สัน รัฐเนวาดา โดยโจมตีนางแฮร์ริสว่าเป็น “คนโง่” และ “ขี้โกหก”

ก่อนหน้านั้น ทรัมป์ได้กล่าวในการหาเสียงที่รัฐวิสคอนซินเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่าเขาจะปกป้องผู้หญิงไม่ว่าพวกเธอจะชอบหรือไม่ก็ตาม เขาจะปกป้องผู้หญิงจากผู้อพยพที่เข้ามาในประเทศ อย่างไรก็ดี นางแฮร์ริสได้เล่นงานประเด็นดังกล่าวว่า คำว่า “ไม่ว่าพวกเธอจะชอบหรือไม่” เป็นคำที่หยาบคายต่อผู้หญิงในแง่ที่ว่าทรัมป์ไม่ให้ความสำคัญกับเสรีภาพของผู้หญิงและความสามารถของผู้หญิงที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับชีวิตและร่างกายของตัวเอง

Advertisement

แฮร์ริสได้กล่าวที่รัฐวิสคอนซินอีกว่า ทรัมป์และพันธมิตรของเขาจะลดโครงการด้านการดูแลรักษาสุขภาพหากทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอีกครั้ง เพราะทรัมป์เคยพยายามที่จะยกเลิกรัฐบัญญัติคุ้มครองผู้ป่วยและการดูแลที่จ่ายได้ (Affordable Care Act) หรือที่รู้จักกันในชื่อ โอบามาแคร์ ในระหว่างที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ แฮร์ริสบอกว่าการดูแลรักษาสุขภาพของชาวอเมริกันอยู่ในการเดิมพันในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ทรัมป์ออกมาตอบโต้กลับว่าเขาไม่เคยต้องการที่จะยกเลิกโครงการรักษาสุขภาพดังกล่าว

นางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจากพรรคเดโมแครต ขึ้นเวทีหาเสียงที่เมืองรีโน รัฐเนวาดา เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม (เอเอฟพี)

แฮร์ริสขึ้นเวทีหาเสียงที่เมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนาพร้อมกับนายรูเบน กัลเลโก ผู้สมัครวุฒิสมาชิกของพรรคเดโมแครต โดยนายกัลเลโกขึ้นกล่าวบนเวทีโดยพูดภาษาอังกฤษสลับกับภาษาสเปนเพื่อเรียกเสียงสนับสนุนจากชาวฮิสแปนิก แฮร์ริสกล่าวโจมตีคำกล่าวของทรัมป์ว่าเต็มไปด้วยความเกลียดชังและแตกแยก รวมถึงดูถูกชาวลาตินและเอาผู้อพยพมาเป็นแพะรับบาป

แฮร์ริสกล่าวในการหาเสียงที่แอริโซนาอีกว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้เรามีโอกาสที่จะก้าวข้ามทศวรรษที่ทรัมป์พยายามที่จะทำให้เราแตกแยกและกลัวซึ่งกันและกันแต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราเป็น โดยแฮร์ริสบอกว่าเธอเป็นส่วนหนึ่งของผู้นำรุ่นใหม่ในอเมริกา แฮร์ริสเน้นย้ำคำมั่นที่ให้ไว้ว่าจะลดค่าครองชีพให้กับชาวอเมริกันชนชั้นกลาง มอบการดูแลรักษาสุขภาพให้กับคนสูงวัย

นอกจากนั้นแล้ว รายงานระบุอีกว่านางฮิลลารี คลินตัน อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งและอดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งปี 2016 เตรียมที่จะขึ้นเวทีหาเสียงร่วมกับนางแฮร์ริสที่เมืองแทมปา รัฐฟลอริดาในวันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายนนี้ คาร์ดิ บี นักร้องแร็พเปอร์ชื่อดังจะขึ้นเวทีหาเสียงของแฮร์ริสที่เมืองมิลวอกี รัฐวิสคอนซิน ในวันที่ 2 พฤศจิกายน และเจนนิเฟอร์ โลเปซ นักแสดงฮอลลีวู้ดและนักร้องชื่อดังได้ขึ้นกล่าวบนเวทีหาเสียงของแฮร์ริสในเมืองลาสเวกัส รัฐเนวาดา นางแฮร์ริสยังเรียกเสียงสนับสนุนจากคนดังอีก 2 คนได้แก่ เลอบรอน เจมส์ นักบาสเกตบอลชื่อดังของทีมแอลเอ เลเกอร์ส และนายไมเคิล บลูมเบิร์ก นักธุรกิจพันล้านและอดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ขณะที่ทรัมป์ได้เสียงสนับสนุนจากบัซ อัลดริน อดีตนักบินอวกาศในโครงการอะพอลโล 11 และเจค พอล อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง

ในขณะที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้กำลังใกล้เข้ามาในอีกไม่กี่วัน University of Florida’s Election Lab เปิดเผยว่ามีชาวสหรัฐออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว 61.9 ล้านคน ทำลายสถิติสูงสุดที่ทำไว้ในการเลือกตั้งปี 2020