หน้าแรก ต่างประเทศ โฆษก กต. แจงค...

โฆษก กต. แจงคนไทยเสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บ 1 ราย จากเหตุยิงจรวดอิสราเอล ย้ำความสำคัญหยุดยิง-ปฏิบัติตามข้อมติยูเอ็น 

1.11.24 | 13:14 น.

โฆษก กต. แจงคนไทยเสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บ 1 ราย จากเหตุยิงจรวดอิสราเอล ย้ำความสำคัญหยุดยิง-ปฏิบัติตามข้อมติยูเอ็น 

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า กระทรวงการต่างประเทศได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ เมื่อคืนวันที่ 31 ตุลาคม 2567 ว่า มีคนไทยเสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บ 1 รายที่อิสราเอล จากเหตุยิงจรวดจากฝั่งเลบานอนไปยังเมืองเมตูลา ทางเหนือของอิสราเอลติดชายแดนเลบานอน โดยมีรายชื่อผู้เสียชีวิต ดังนี้

  1. นายอรรคพล วรรณไสย มีภูมิลำเภาอยู่ที่ จ.อุดรธานี

2. นายประหยัด พิลาศรัมย์ มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์

3. นายธนา ติจันทึก มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.นครราชสีมา

4. นายกวีศักดิ์ ปาปะนัง มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.นครราชสีมา

Advertisement

นอกจากนี้ ผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ได้แก่ นายฉัตรชัย ศิลป์ประเสริฐ มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.ชัยภูมิ ซึ่งกำลังได้รับการรักษาที่ในห้องผ่าตัดที่โรงพยาบาล เมืองไฮฟา

นายนิกรเดชกล่าวด้วยว่า ในขณะนี้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้แจ้งญาติผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตทุกคนแล้ว โดยร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 4 รายอยู่ระหว่างการชันสูตรตามขั้นตอน ก่อนการออกมรณบัตรของทางการอิสราเอล และจะส่งร่างของผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยต่อไป

อีกทั้ง นายนิกรเดชได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “กระทรวงการต่างประเทศ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวญาติผู้เสียชีวิต 4 ราย และผู้บาดเจ็บ 1 รายในอิสราเอล โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ จะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อดูแลและปกป้องสวัสดิภาพของคนไทยในพื้นที่อย่างเต็มที่” นายนิกรเดชกล่าว

นายนิกรเดชเน้นย้ำด้วยว่า ประเทศไทยขอเรียกร้องให้คู่ขัดแย้งทุกฝ่ายยุติการโจมตีตอบโต้กันด้วยอาวุธโดยทันที เพื่อไม่ให้สถานการณ์ยิ่งยืดเยื้อและวิกฤตการณ์ทางมนุษยธรรมย่ำแย่ลง เพื่อเร่งฟื้นฟูสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง และขอให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นอย่างสูงสุดในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงและการปล่อยตัวประกัน ซึ่งรวมถึงคนไทยที่เหลืออยู่โดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข

“ประเทศไทยขอย้ำให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน รวมถึงการปกป้องบุคลากร เจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพและเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมของสหประชาชาติอย่างต่อเนื่องและบนพื้นฐานด้านมนุษยธรรม” นายนิกรเดชกล่าวเพิ่ม