รู้ไว้! ญี่ปุ่นออกกฎเข้ม ‘ใช้โทรศัพท์มือถือ-มึนเมา’ ขณะขี่จักรยาน เสี่ยงโดนคุก-ปรับเงินอ้วก
ใครที่เดินทางไปหรือพำนักอยู่ในประเทศญี่ปุ่นควรรู้และพึงปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะทางการญี่ปุ่นเพิ่งได้ประกาศใช้กฎจราจรฉบับใหม่เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมุ่งบังคับใช้อย่างเข้มงวดกับผู้ขับขี่รถจักรยาน กำหนดไว้ว่าหากผู้ใดใช้โทรศัพท์มือถือขณะปั่นจักรยาน อาจได้รับโทษจำคุกสูงถึง 6 เดือน หรือปรับเป็นเงิน 100,000 เยน หรือประมาณ 22,200 บาท
ขณะที่ผู้ขี่จักรยานขณะมึนเมาอาจได้รับโทษจำคุกสูงถึง 3 ปี หรือปรับเงิน 500,000 เยน หรือราว 111,000 บาท นอกจากนี้ผู้ขี่จักรยานที่เป็นต้นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนยังอาจโดนโทษปรับสูงสุด 300,000 เยน หรือราว 66,600 บาท หรือโทษจำคุกสูงถึง 1 ปีด้วย
สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า การแก้ไขกฎจราจรที่เข้มงวดขึ้นดังกล่าวเป็นผลมาจากการเกิดอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับการขี่จักรยานในประเทศญี่ปุ่นมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ปี 2021 เนื่องจากผู้คนเลือกหันมาใช้จักรยานเป็นพาหนะแทนการใช้ระบบขนส่งมวลชนมากขึ้นในช่วงเกิดการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ทำให้ทางการต้องเร่งออกกฎควบคุมผู้ขับขี่
โดยไม่กี่ชั่วโมงหลังจากกฎจราจรใหม่นี้มีผลบังคับใช้ เจ้าหน้าที่ทางการโอซาก้าได้รับรายงานว่ามีผู้กระทำการฝ่าฝืนกฎระเบียบใหม่นี้แล้ว 5 ราย รวมถึงชาย 2 ราย ที่ปั่นจักรยานขณะอยู่ในอาการมึนเมา โดยชายคนหนึ่งได้ขี่จักรยานไปชนกับผู้ขี่จักรยานอีกคน แต่ไม่มีรายงานการบาดเจ็บ
จากข้อมูลของสื่อท้องถิ่นระบุด้วยว่าอุบัติเหตุจากการขี่จักรยานในประเทศญี่ปุ่นยังเพิ่มสูงขึ้น โดยในปี 2023 มีอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถจักรยานเกิดขึ้นมากกว่า 72,000 กรณี คิดเป็นกว่า 20% ของอุบัติเหตุบนท้องถนนทั่วทั้งประเทศ และในครึ่งแรกของปี 2024 นี้ มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุขี่จักรยานไปพร้อมกับใช้โทรศัพท์มือถือไปด้วย 1 ราย และมีกรณีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 17 ราย ซึ่งนับว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่ญี่ปุ่นเริ่มบันทึกข้อมูลทางสถิตินี้มาในปี 2007
กฎระเบียบล่าสุดนี้เป็นมาตรการด้านความปลอดภัยที่มุ่งปกป้องความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้ใช้ทางเท้า โดยในปีที่แล้วทางการญี่ปุ่นยังได้ออกกฎให้ผู้ขี่จักรยานสวมหมวกกันน็อกด้วย

