หน้าแรก ต่างประเทศ ‘ทรัมป์-แฮร์ร...

‘ทรัมป์-แฮร์ริส’ ชิงประกาศชัยชนะ ลุยหาเสียงโค้งสุดท้ายในเพนซิลเวเนีย ลุ้นยันนาทีสุดท้าย

5.11.24 | 10:23 น.
AP

‘ทรัมป์-แฮร์ริส’ ชิงประกาศชัยชนะ ลุยหาเสียงโค้งสุดท้ายในเพนซิลเวเนีย ลุ้นยันนาทีสุดท้าย

นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐและตัวแทนผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน และนางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐและตัวแทนผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต ต่างก็ทำนายว่าตนเองจะเป็นผู้ได้รับชัยชนะ ขณะที่ยังคงเดินหน้าหาเสียงในโค้งสุดท้ายที่รัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐสะวิงสเตตที่สำคัญ โดยมีคะแนนเสียงจากคณะเลือกตั้งถึง 19 เสียง

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในครั้งนี้ยังถูกมองว่าสูสีที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐ ทีมรณรงค์หาเสียงต้องเผชิญกับความพลิกผันที่น่าตกตะลึงตลอดเวลา ตั้งแต่การที่ทรัมป์ถูกตัดสินว่ามีความผิดทางอาญาถึงสองครั้ง และแฮร์ริสได้คะแนนเพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาดใจหลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศถอนตัวจากการแข่งขันหลังเผชิญแรงกดดันจากภายในพรรคเดโมแครตเอง

บริษัทวิเคราะห์ Adlmpact ให้ข้อมูลว่า มีการใช้เงินไปแล้วกว่า 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 87,672 ล้านบาท เพื่อโน้มน้าวจูงใจผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งนับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ผลสำรวจความเห็นยังชี้ว่าทรัมป์และแฮร์ริสมีคะแนนแทบจะเท่าๆ กัน ซึ่งอาจทำให้ไม่ทราบผลว่าใครเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งหลังจากปิดคูหาเลือกตั้งในวันที่ 5 พฤศจิกายน

ทรัมป์และแฮร์ริสต่างลงพื้นที่ในรัฐเพนซิลเวเนียในวันสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง เพื่อเรียกร้องให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังไม่ลงคะแนนเสียงออกมาใช้สิทธิ เนื่องจากรัฐเพนซิลเวเนียมีคะแนนของคณะเลือกตั้งมากที่สุดในบรรดารัฐสะวิงสเตตทั้งหมด ซึ่งคาดว่าจะเป็นสมรภูมิที่จะตัดสินผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในครั้งนี้

Advertisement

ทรัมป์ปรากฏตัวในเมืองพิตต์สเบิร์กต่อหน้าผู้คนจำนวนมากในสนามกีฬา และกล่าวสิ่งที่ทีมรณรงค์หาเสียงของเขาระบุว่าคือข้อความปิดท้ายต่อผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าก่อนจะถึงวันเลือกตั้งจริงว่า

“เรารอคอยสิ่งนี้มาสี่ปีแล้ว” ทรัมป์กล่าว พร้อมกับผลักดันประเด็นเศรษฐกิจโดยระบุว่า หากแฮร์ริสได้รับเลือกตั้ง เศรษฐกิจจะตกต่ำ การลงคะแนนเสียงให้ทรัมป์หมายความว่า ข้าวของในร้านของชำของคุณจะถูกลง เงินเดือนของคุณจะเพิ่มขึ้น ถนนหนทางของคุณจะปลอดภัยกว่า ชุมชนของคุณจะร่ำรวยขึ้น และอนาคตของคุณจะสดใสกว่าที่เคยเป็นมา”

ขณะที่แฮร์ริสซึ่งหาเสียงในเมืองอัลเลนทาวน์ทำนายว่าเธอจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง และสัญญาว่าจะทำหน้าที่ประธานาธิบดีของชาวอเมริกันทุกคน พร้อมกับอ้อนวอนต่อชุมชนชาวเปอร์โตริโกจำนวนมากในเมืองและพบปะกับพวกเขาที่ร้านอาหารก่อนจะเดินไปเคาะประตูบ้านเพื่อบอกว่า ก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง เธอหวังว่าจะได้คะแนนสนับสนุนจากพวกเขา

ด้านทีมรณรงค์หาเสียงของทั้งคู่ต่างก็มองโลกในแง่บวกว่าพวกเขาจะคว้าชัยชนะ ทีมหาเสียงของแฮร์ริสกล่าวว่า อาสาสมัครได้เคาะประตูบ้านหลายแสนหลังในแต่ละรัฐที่เป็นสมรภูมิการเลือกตั้งในสุดสัปดาห์นี้ ขณะที่ทีมหาเสียงระบุว่า ข้อมูลภายในแสดงให้เห็นว่ามีผู้สิทธิเลือกตั้งที่ยังตัดสินใจไม่ได้กำลังลงคะแนนเสียงล่วงหน้าเพิ่มขึ้นในกลุ่มแกนนำของพันธมิตร ซึ่งรวมถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นเยาว์และผู้มีสิทธิเลือกตั้งผิวสีต่างๆ

ทอม โบเนียร์ หัวหน้าบริษัทวิเคราะห์ข้อมูล TargetSmart ของพรรคเดโมแครต กล่าวว่า การลงคะแนนเสียงล่วงหน้าแสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นอย่างสูงในกลุ่มที่สนับสนุนพรรคเดโมแครตโดยเฉพาะผู้หญิง แต่ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าการลงคะแนนเสียงล่วงหน้าจะเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกันในกลุ่มผู้ชาย ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการรณรงค์หาเสียงของทรัมป์

ด้านเจ้าหน้าที่หาเสียงของทรัมป์กล่าวว่า พวกเขากำลังติดตามผลการลงคะแนนเสียงล่วงหน้าซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงลงคะแนนเสียงมากกว่าผู้ชาย ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากแฮร์ริสมีคะแนนนำทรัมป์ 50% ต่อ 38% ในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เป็นผู้หญิง ตามผลสำรวจของ Reuters/Ipsos เมื่อเดือนตุลาคม ขณะที่ทรัมป์มีคะแนนนำในกลุ่มผู้ชาย 48% ต่อ 41%

อีลอน มัสก์ บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ผู้สนับสนุนทรัมป์คนสำคัญ เขียนบนโซเชียลมีเดีย X ของเขาว่า “ผู้ชายต้องลงคะแนนเสียง!” ด้านผู้พิพากษาในรัฐเพนซิลเวเนียตัดสินว่ามัสก์สามารถแจกเงิน 1 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งในรัฐต่อไปได้ โดยอัยการท้องถิ่นระบุว่ามันมีสถานะเช่นเดียวกับการออกลอตเตอรี่ที่ผิดกฎหมาย

ด้านทีมรณรงค์หาเสียงของทรัมป์ได้ว่าจ้างบุคคลภายนอกให้การดำเนินติดต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ ซึ่งรวมถึงกลุ่มที่มีมัสก์เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งมุ่งเน้นที่การติดต่อกับผู้สนับสนุนที่ไม่ได้เข้าร่วมการเลือกตั้งอย่างสม่ำเสมอ แทนที่จะเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังตัดสินใจไม่ได้

เจ้าหน้าที่ฝ่ายหาเสียงของทรัมป์คนหนึ่งกล่าวว่า พวกเขาคิดว่าพรรครีพับลิกันจะชนะการเลือกตั้งในรัฐนอร์ทแคโรไลนา จอร์เจีย และแอริโซนา แต่ทรัมป์ยังต้องชนะการเลือกตั้งในรัฐสมรภูมิใดรัฐหนึ่งในรัสต์เบลท์ ได้แก่ มิชิแกน วิสคอนซิน หรือเพนซิลเวเนีย เพื่อคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ นอกจากนี้ พรรครีพับลิกันยังดูเหมือนว่าจะมีผลการลงคะแนนล่วงหน้าที่แข็งแกร่งในรัฐเนวาดา และรู้สึกยินดีกับผลคะแนนโหวตล่วงหน้าที่ท่วมท้นในเขตทางตะวันตกของรัฐนอร์ทแคโรไลนา ซึ่งได้รับผลกระทบจากพายุเฮอริเคน

เจสัน มิลเลอร์ ที่ปรึกษาอาวุโสกล่าวกับนักข่าวว่า “ตัวเลขแสดงให้เห็นว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ เรารู้สึกดีมากกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น”

ทรัมป์และพันธมิตรของเขา ซึ่งกล่าวเท็จว่าความพ่ายแพ้ในปี 2020 ของเขาเป็นผลจากการฉ้อโกง ได้ใช้เวลาหลายเดือนในการวางรากฐานเพื่อท้าทายผลการเลือกตั้งอีกครั้งหากเขาแพ้การเลือกตั้ง เขาสัญญาว่าจะแก้แค้นหากได้รับเลือก และพูดถึงการดำเนินคดีคู่แข่งทางการเมืองของเขา รวมถึงกล่าวถึงพรรคเดโมแครตว่าเป็นศัตรูจากภายใน

ดาน่า รีมัส ที่ปรึกษากฎหมายฝ่ายหาเสียงของแฮร์ริส กล่าวว่า ความพยายามของทรัมป์ในการกล่าวหาว่ามีการฉ้อโกงจะล้มเหลว “ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นผู้เลือกประธานาธิบดี ไม่ใช่โดนัลด์ ทรัมป์”

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ดูแลการเลือกตั้งของรัฐแอริโซนากล่าวว่า วิดีโอออนไลน์ที่กล่าวหาว่าพรรครีพับลิกันถูกถอดออกจากรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั้นเป็นเท็จ

ด้านทรัมป์เดินสายหาเสียงในรัฐนอร์ทแคโรไลนา เพนซิลเวเนีย และมิชิแกน ในวันสุดท้ายของการรณรงค์หาเสียง และจะเดินทางกลับบ้านที่ปาล์มบีช รัฐฟลอริดา เพื่อลงคะแนนเสียงและรอฟังผลการเลือกตั้ง

ขณะที่แฮร์ริสมีกำหนดการไปรณรงค์หาเสียง 5 จุดในเพนซิลเวเนีย รวมถึง 2 เมืองที่ทรัมป์ไปเยือนด้วยคือเรดดิ้งและพิตต์สเบิร์ก โดยมีกำหนดปิดท้ายวันด้วยการรณรงค์หาเสียงหน้าพิพิธภัณฑ์ศิลปะฟิลาเดลเฟีย ซึ่งจะมีเลดี้กาก้า ริกกี้ มาร์ติน และโอปราห์ วินฟรีย์ เข้าร่วมด้วย