‘มาริษ’ เกาะติดผลเลือกตั้งมะกัน ยันความเป็นมิตร – พร้อมขับเคลื่อนนโยบายวิน–วิน สองประเทศ
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน เวลา 9.55 น. ซึ่งตรงกับวันเลือกตั้งทั่วไปของสหรัฐ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ว่า ผลยังไม่ออกมาเป็นทางการต้องรอให้ ผลการเลือกออกมาชัดเจนก่อนไม่ขอพูดไปก่อน
นายมาริษตอบคำถามที่ผู้สื่อข่าวถ่ามว่า หากผลการเลือกตั้งผลิกขั้ว หรือมีการเปลี่ยนแปลงจะส่งผลต่อนโยบายของไทยหรือไม่ ว่า เขาเคยให้สัมภาษณ์ไปแล้วไม่ว่าใครจะมาเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐหรือจะมีการเปลี่ยนตัวในประเทศใดก็ตาม เรื่องของผู้นำความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐยังคงมั่นคง เรียกว่าเข้มแข็งหรือมีความชัดเจน รวมทั้งมีความร่วมมือกันอย่างดี ไม่ว่าใครจะมาก็ตาม เพราะประเทศสหรัฐกับประเทศไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน เป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ดังนั้นกาดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐ ยังเหมือนเดิม อาจจะมีการปรับเปลี่ยนบ้างขึ้นอยู่กับการพูดคุยกันระหว่างผู้นำของไทยและทุกภาคส่วน เพราะจริงๆแล้วรัฐบาลก็เป็นรัฐบาลที่เข้ามาดูในเรื่องของนโยบาย แต่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศความร่วมมือระหว่างกันอย่างมีหลายระดับและหลายมิติรวมทั้งทุกภาคส่วนต้องไปด้วยกันทั้งภาครัฐบาล จีทูจี เอกชนกับเอกชนและภาคประชาชนกับประชาชน ฉะนั้น 3 ระดับดีอยู่แล้ว ใครจะมาเป็นหัวเรือไม่มีปัญหา
อีกทั้ง ผู้สื่อข่าวถามด้วยว่า หากมีการเปลี่ยนประธานาธิบดี นโยบายจะยังเหมือนเดิมหรือไม่ นายมาริษตอบว่า เขายังไม่อยากพูดตอนนี้ เพราะยังไม่รู้ใครจะมา เมื่อมาแล้วนโยบายที่เราคาดหวังจะเป็นอย่างนี้อาจจะไม่ใช่ก็ได้ คือต้องรอฟังผลการเลือกตั้งให้ชัดเจน และ คุยกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องของการต่างประเทศและต้องดูด้วยใครจะมาเป็นรัฐธรรมนตรึต่างประเทศและจะมีนโยบายอย่างไร ขณะนี้เป็นการคาดการณ์ ตนไม่อยากจะพูดเพราะจะทำให้การพูดคุยกันในอนาคตมีผลกระทบได้ฉะนั้นรอฟังทุกอย่างให้แน่นอนก่อน
นายมาริษกล่าวว่า “อย่างที่ตนเรียนยืนยันต่อให้ใครมาเป็นรัฐบาลความสัมพันธ์ระหว่างประเทศยังคงมั่นคงและแน่นแฟ้นเหมือนเดิม นั่นคือนโยบายของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ที่ต้องการให้ประเทศไทยมีบทบาทไม่ใช่เป็นผู้ที่จะไปกำหนดอะไร รัฐบาลต้องการเห็นความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับทุกประเทศ อย่างดีและต้องมีความยุติธรรม รวมทั้งอยู่บนพื้นฐานของความร่วมมือ อย่างยุติธรรมเพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศ ก็วินวิน”

