ทรัมป์ คะแนนนำ ดันเชื่อมั่นบิตคอยน์พุ่ง นักวิเคราะห์ เชื่อหากคว้าชัยมีลุ้นทะยานแตะ 1 แสนดอลลาร์ สหรัฐจ่อขึ้นแท่นเมืองหลวงคริปโท สกัดจีนครองตลาด
บิตคอยน์แตะ 75,000 ดอลลาร์สหรัฐ : วิเคราะห์สถานการณ์และมุมมองจาก ชานน จรัสสุทธิกุล
ในช่วงเวลาที่ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีกำลังคึกคัก ราคาบิตคอยน์ได้พุ่งแตะระดับสูงสุดที่ 75,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.5 ล้านบาทต่อบิตคอยน์ ถือเป็นการทำสถิติสูงสุดอีกครั้ง ของสินทรัพย์ดิจิทัลนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะสถานการณ์การเมืองในสหรัฐ ที่มีผลต่อทิศทางของตลาดอย่างมีนัยสำคัญ

ทรัมป์คะแนนขึ้นนำ
นายชานน จรัสสุทธิกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ FWX แพลตฟอร์มเทรดอนุพันธ์ไร้ศูนย์กลาง และ Forward Labs สตาร์ตอัพฟินเทคด้านบล็อกเชน ได้แสดงความคิดเห็นว่า ผลการเลือกตั้งสหรัฐในขณะนี้ โดยที่นายโดนัลด์ ทรัมป์มีคะแนนนำเหนือคู่แข่ง Kamala Harris ได้สร้างความเชื่อมั่น ในตลาดคริปโทเคอร์เรนซี เนื่องจากทรัมป์เคยแสดงท่าทีสนับสนุนคริปโทในงาน Bitcoin Conference เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยชี้ว่าอเมริกาควรนำเทคโนโลยีบิตคอยน์และคริปโทเคอร์เรนซีมาใช้ เพื่อไม่ให้จีนเป็นผู้นำในตลาดนี้ นอกจากนี้ เขายังแสดงเจตนาที่จะทำให้อเมริกา กลายเป็นเมืองหลวงคริปโทของโลก รวมถึงแผนที่จะปลด Gary Gensler ประธานคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ที่มีท่าทีเข้มงวดต่อการกำกับดูแลคริปโท ทำให้นักลงทุนมองว่าแนวโน้มของบิตคอยน์ยังคงสดใส
BlackRock บิตคอยน์ ETF เป็นบวก เกือบ 2 Billion USD ในช่วงสามวันที่ผ่านมา
นอกเหนือจากปัจจัยการเมืองแล้ว การที่บริษัทจัดการสินทรัพย์ยักษ์ใหญ่อย่าง BlackRock มีการซื้อ บิตคอยน์ ETF มูลค่าเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงสามวันที่ผ่านมา ก็เป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่สำคัญ นายชานน ระบุว่า การที่ BlackRock เข้ามามีบทบาทในตลาดบิตคอยน์ โดยมีสถานะถือครอง เป็นอันดับสามของโลก รองจาก Satoshi Nakamoto และ Binance สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในบิตคอยน์ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยระยะยาว

สำหรับทิศทางในอนาคต นายชานนคาดการณ์ว่า หากปัจจัยการเมืองยังคงเอื้ออำนวยเช่นนี้ ราคาบิตคอยน์อาจพุ่งขึ้นแตะ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐในอนาคตอันใกล้
“เมื่อสถาบันการเงินขนาดใหญ่ และรัฐบาลเริ่มเข้ามามีบทบาทในคริปโทเคอร์เรนซี บิตคอยน์จึงมีศักยภาพสูงที่จะเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนให้ความสนใจและใช้ในการป้องกันความเสี่ยงในช่วงเศรษฐกิจไม่แน่นอน”


