People in Focus: เหนือปธน. มะกันคนที่ 47 ยังมี ‘ล็อบบี้ยิสต์ยิว’

8.11.24 | 09:00 น.
Reuters

People in Focus: เหนือปธน. มะกันคนที่ 47 ยังมี ‘ล็อบบี้ยิสต์ยิว’

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและอิสราเอลสามารถนิยามได้ว่าเป็น ‘มหามิตร’ประธานาธิบดีทรูแมนเป็นผู้นำคนแรกของโลกที่ยอมรับสถานะของอิสราเอลว่าเป็นรัฐ เพียงแค่ 11 นาทีเท่านั้นหลังจากที่อิสราเอลก่อตั้งขึ้น ตั้งแต่นั้น สหรัฐดำเนินนโยบายผูกสัมพันธ์กับอิสราเอลแบบพิเศษและได้ให้ความช่วยเหลืออิสราเอลมากที่สุดทั้งในด้านเศรษฐกิจและทางทหาร จนสามารถเรียกได้ว่าอิสราเอลเป็นรัฐที่มีความมั่นคงท่ามกลางปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่มีความตึงเครียดสูง

สหรัฐยืนหยัดที่จะดำเนินความสัมพันธ์แบบพิเศษกับอิสราเอล แม้ว่าจะย้อนแย้งกับการกำหนดสถานะของตนไว้ว่าเป็นตำรวจโลก อีกทั้ง ถึงประชาชนจะออกมาประท้วงอย่างหนัก ทำเนียบขาวยังคงสนับสนุนอิสราเอลอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู แสดงให้เห็นว่าใต้เงาของความเป็นมหาอำนาจ สหรัฐก็เป็นรัฐพันลึกที่มีกลุ่มที่มีอิทธิพลที่กำหนดความเป็นไปในการดำเนินนโยบาย

การล็อบบี้ในสหรัฐถือเป็นเรื่องที่ถูกกฎหมายและไม่ได้ขัดต่อระบบประชาธิปไตย โดยกลุ่มล็อบบี้ยิสต์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในแดนพญาอินทรีย์นั้น ล้วนเป็นกลุ่มล็อบบี้อิสราเอลทั้งสิ้น โดยเฉพาะคณะกรรมการกิจการสาธารณะอิสราเอลอเมริกัน (AIPAC) ที่บีบให้สหรัฐไม่สามารถเพิกเฉยต่อผลประโยชน์ของอิสราเอลได้ โดยกลุ่มล็อบบี้ยิสต์นี้ใช้อำนาจเม็ดเงินเป็นเครื่องมือ และให้การสนับสนุนทางการเงินและระดมทุนแก่นักการเมืองในช่วงการรณรงค์หาเสียง มีรายงานว่า AIPAC ได้ใช้เงินจำนวนมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการชิงชัยสนามเลือกตั้งของสหรัฐ จนทำให้อิสราเอลมีภูมิคุ้มกันต่อการวิจารณ์ในสภาคองเกรส ตลอดจนควบคุมทิศทางของสื่อด้วย

ความไม่มั่นคงของอิสราเอลก็เปรียบเสมือนความไม่มั่นคงของสหรัฐ แอนโทนี บลิงเกน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเคยแสดงความกังวลไว้ว่า 100% ของประชากรในกาซากำลังเผชิญกับภาวะความไม่มั่นคงทางอาหารอย่างรุนแรง บวกกับสหรัฐก็เดินสายผลักดันข้อตกลงหยุดยิงอย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นเพียงแค่ลมปากเท่านั้น เพราะทำเนียบขาวยังคงมอบแพ็คเกจความช่วยเหลือมูลค่าหลักพันล้านดอลลาร์สหรัฐแก่อิสราเอลต่อไป

Advertisement

การต่างประเทศเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน แต่สิ่งที่จะไม่เปลี่ยนแปลงเลยก็คือว่า ความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลและสหรัฐภายใต้การนำสมัยที่ 2 ของประธานาธิบดีทรัมป์จะยังคง “เข้มแข็งและไม่หวั่นไหว” ตามที่ไบเดน ประธานาธิบดีคนที่ 46 ได้ให้คำมั่นเอาไว้