มองบน! กล่าวหา ‘ทรัมป์’ โกงเลือกตั้ง ชี้ป๊อปปูลาร์โหวตห่างครั้งก่อนกว่า 20 ล้านเสียง ล่าสุดกวาด 295 : 226
นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 47 กวาดคะแนนเสียงสนับสนุนถล่มทลายทั้งในส่วนของป๊อปปูลาร์โหวตและอิเล็กทรอรัลโหวต ที่เขาได้ไปถึงมากกว่า 72 ล้านเสียง หรือ 50.9% ชนะนางคามาลา แฮร์ริส ตัวแทนผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตที่ได้ไปกว่า 67 ล้านเสียง หรือ 47.6%
ด้านคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งรวม 538 เสียงที่จะเป็นตัวบ่งชี้อย่างแท้จริงว่าใครจะได้นั่งเก้าอี้ทำเนียบขาว ระหว่างการประกาศชัยชนะเมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 6 พฤศจิกายน ตามเวลาในสหรัฐ ทรัมป์ประเมินว่า เขาน่าจะได้คะแนนในส่วนนี้มากกว่า 300 เสียง ซึ่งยังไม่ถึงในเวลานี้ แต่ทรัมป์ก็ได้ไปแล้วถึง 295 คะแนน ซึ่งเกินกว่า 270 คะแนนที่จะทำให้กลายเป็นผู้คว้าชัยไปแล้ว ส่วนแฮร์ริสได้ไป 226 เสียง ห่างจากทรัมป์ถึง 69 เสียง เหลือที่ยังไม่ประกาศอีก 17 เสียง ถือได้ว่าทรัมป์เอาชนะแฮร์ริสแบบไม่ต้องลุ้นในการเลือกตั้งทั้ง 2 ระบบข้างต้น
ล่าสุด แฮร์ริสประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ และบอกให้ผู้สนับสนุนอย่าสิ้นหวัง และให้คำมั่นว่า เธอจะช่วยเหลือทรัมป์ในช่วงเวลาแห่งการถ่ายโอนอำนาจการบริหารประเทศ แม้ทุกคนจะรู้สึกว่ากำลังเข้าสู่ช่วงเวลาอันมืดมนก็ตามที
ทรัมป์คว้าชัยชนะแบบเบ็ดเสร็จใน 5 จาก 7 รัฐสะวิงสเตต ขณะที่ในอีก 2 รัฐสุดท้ายที่ยังไม่ได้มีการประกาศผลคะแนนอย่างเป็นทางการคือรัฐเนวาดา และแอริโซนา ก็เป็นทรัมป์ที่มีคะแนนนำในทั้งสองรัฐ
ขณะที่การเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา จากตัวเลขที่เป็นที่แน่นอนแล้ว พรรครีพับลิกันได้กลับมาครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา เอาชนะพรรคเดโมแครตซึ่งเคยกุมเสียงข้างมากอยู่แต่เดิมที่ 52 ต่อ 44 เสียง และยังมีอีก 4 เก้าอี้ที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน
ด้านพรรคเดโมแครตต้องลุ้นอย่างหนักว่าจะสามารถครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเดิมก็เป็นของพรรครีพับลิกันได้หรือไม่ โดยขณะนี้รีพับลิกันได้ไปแล้ว 205 เสียง ส่วนเดโมแครตได้ไป 190 เสียง ยังไม่ประกาศอีก 40 ที่นั่ง โดยผู้ชนะจะต้องได้คะแนน 218 ที่นั่ง อย่างไรก็ดี กว่าจะทราบผลการนับคะแนนที่ชัดเจนอาจต้องใช้เวลาอีกหลายวัน
ล่าสุดมีคำกล่าวอ้างว่า ทรัมป์โกงการเลือกตั้งเพื่อให้ได้รับชัยชนะในการดำรงตำแหน่งวาระ 2 ของเขา โดยมีการหยิบยกตัวเลขคะแนนเสียงจากการเลือกตั้งครั้งก่อนที่เป็นการต่อสู้ระหว่างทรัมป์กับนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2020 ที่ได้รับชัยชนะด้วยคะแนนเสียงที่มากกว่าที่แฮร์ริสได้ในคราวนี้ราว 20 ล้านเสียง
สำนักข่าวเอพีชี้แจงว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่มีมูลความจริงใดๆ เพราะขณะนี้การนับคะแนนยังคงไม่แล้วเสร็จ การนำตัวเลขผลสรุปของการเลือกตั้งครั้งก่อนมาเปรียบเทียบจึงไม่ถูกต้อง ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่ดูแลการเลือกตั้งไปจนถึงหน่วยงานที่ติดตามการเลือกตั้ง ต่างรายงานว่าไม่พบปัญหาสำคัญใดๆ ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน แต่อย่างใด

