หน้าแรก ต่างประเทศ อิสราเอลไม่หย...

อิสราเอลไม่หยุด! ลุยขยี้กลุ่มติดอาวุธเลบานอน ดับ 40 ศพ ผู้นำฮิซบอลเลาะห์ แบะท่าเจรจาสงบศึก

7.11.24 | 11:09 น.
เปลวไฟลูกใหญ่ลุกโชนขึ้นบริเวณกลุ่มอาคารในชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน เมื่อเช้ามืดวันที่ 7 พฤศจิกายน โดยกองทัพอิสราเอลยังไม่ละมือจากการโจมตีกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งเกิดราว 1 ชั่วโมงหลังจากกองทัพอิสราเอลสั่งให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์อพยพไป (เอเอฟพี)

อิสราเอลไม่หยุด! ลุยขยี้กลุ่มติดอาวุธเลบานอน ดับ 40 ศพ ผู้นำฮิซบอลเลาะห์ แบะท่าเจรจาสงบศึก

ขณะที่ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ออกมาเปิดทางถึงการเจรจาสงบศึกว่ามีความเป็นไปได้ หากอิสราเอลยุติการโจมตี ทว่าเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนตามเวลาท้องถิ่น กองทัพอิสราเอลยังคงถล่มโจมตีเมืองบาลเบ็กและหุบเขาเบกา ทางตะวันออกของประเทศเลบานอน รวมถึงชานเมืองตอนใต้ของกรุงเบรุต ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 40 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 53 ราย จากการเปิดเผยของกระทรวงสาธารณสุขเลบานอน

กองทัพอิสราเอลยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อรายงานดังกล่าว ขณะที่อิสราเอลได้โจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ชานเมืองตอนใต้ของกรุงเบรุตเพียงไม่นานหลังกองทัพอิสราเอลได้สั่งให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวอพยพออกไป ก่อนจะมีการทิ้งระเบิดโจมตีในพื้นดังกล่าวถึง 2 ระลอก คือในคืนวันที่ 6 พฤศจิกายน และระลอกสองช่วงเช้ามืดวันที่ 7 พฤศจิกายน

รอยเตอร์

สถานีโทรทัศน์ อัลจาดีด ของเลบานอน รายงานว่าในวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน มีการโจมตีเลบานอนอย่างน้อย 4 ครั้ง แต่ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บเสียชีวิตหรือรายละเอียดว่าเป้าหมายที่โดนโจมตีเป็นที่ใด

ก่อนหน้านั้น นายนาอิม กัสเซม ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์คนใหม่ กล่าวว่า ตนไม่เชื่อว่าการดำเนินการทางการเมืองจะทำให้สงครามยุติลง โดยอาจมีหนทางสู่การเจรจาโดยทางอ้อม หากอิสราเอลหยุดการโจมตี

Advertisement

“เมื่อศัตรูตัดสินใจที่จะหยุดการรุกราน ก็จะมีหนทางสำหรับการเจรจาที่เราได้กำหนดไว้อย่างชัดเจน คือการเจรจาผ่านรัฐเลบานอนและประธานรัฐสภานาบีห์ เบอร์รี” ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์กล่าว ซึ่งมีขึ้นในขณะที่ความพยายามทางการทูตของสหรัฐอเมริกา พันธมิตรสำคัญของอิสราเอล เพื่อหาทางยุติการสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ที่รวมถึงข้อเสนอตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 60 วันนั้น ต้องมีอันสะดุดลงในสัปดาห์ที่แล้วเนื่องจากสหรัฐกำลังจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีขึ้นคือในวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยที่ผลปรากฏออกมาชัดเจนแล้วว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีและผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน สามารถทวงบัลลังก์ทำเนียบขาวกลับคืนมาได้สำเร็จด้วยการกวาดชัยชนะถล่มทลายครั้งประวัติศาสตร์