‘ไบเดน’ รับจบ! เดโมแครตแห่โทษไบเดนทำ ‘แฮร์ริส’ แพ้เลือกตั้ง

7.11.24 | 16:20 น.
AFP

‘ไบเดน’ รับจบ! เดโมแครตแห่โทษไบเดนทำ ‘แฮร์ริส’ แพ้เลือกตั้ง

การที่นางคามาลา แฮร์ริส ตัวแทนจากพรรคเดโมแครตพ่ายแพ้ต่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนจากพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปี 2024 สร้างความโกรธเคืองให้กับทั้งสมาชิกภายในพรรคเดโมแครตเองและผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตด้วย อีกทั้ง ความล้มเหลวในครั้งนี้ส่งผลให้เดโมแครตจำนวนมากตั้งคำถามเกี่ยวกับอนาคตของพรรค

พรรคเดโมแครตได้รับการวิจารณ์อย่างหนักว่า พรรคได้ทำการหลอกลวงผู้สนับสนุน โดยยืนยันว่านายโจ ไบเดน อดีตตัวแทนพรรคยังคงมีสุขภาพที่ดีและมีศักยภาพที่จะชนะเลือกตั้ง จนความจริงปรากฏขึ้นในเวทีประชันวิสัยทัศน์ระหว่างไบเดนและทรัมป์ ซึ่งไม่สามารถหลีกหนีความจริงได้ว่า ไบเดนไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 และได้บีบให้เขาต้องถอนตัวจากการเลือกตั้งในครั้งนี้

ผู้สนับสนุนเงินทุนรณรงค์หาเสียงของพรรคเดโมแครตรายหนึ่งแสดงความไม่พอใจว่า “ทำไมโจ ไบเดนถึงดื้อดันที่จะลงสมัครรับเลือกยาวนานขนาดนั้น เขาควรไม่ปิดบังปัญหาสุขภาพของตัวเองและออกจากการเลือกตั้งให้เร็วกว่านี้”

มีรายงานว่าไบเดนเคยกล่าวระหว่างการสนทนาในที่ส่วนตัวว่า เขาเป็นสมาชิกพรรคเดโมแครตคนเดียวที่สามารถเอาชนะทรัมป์ได้ และให้การยืนยันกับชาวสหรัฐว่าเขาเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไปอีก 4 ปี แต่เมื่อเขาถอนตัวจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม เขาระบุว่าการตัดสินใจในครั้งนั้นเป็นประโยชน์สูงสุดแก่พรรคและประเทศ

Advertisement

ทั้งนี้ เมื่อไบเดนประกาศว่าเขาจะลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกครั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2023 ก็ได้สร้างความกังวลใจแก่สมาชิกพรรคเดโมแครตจำนวนมาก อย่างไรก็ดี ไม่มีใครที่จะกล้าท้าทายเป็นคู่แข่งของเขาชิงชัยการเลือกตั้งในรอบไพรมารี แต่เลือกที่จะเป็นที่ปรึกษาแก่ไบเดนแทน

เดโมแครตรายหนึ่งกล่าวว่า คนที่ใกล้ชิดกับไบเดนนั้นผิดพลาดอย่างหนักที่ไม่กล้าขัดเขา อีกทั้ง มีการพูดกันด้วยว่า พรรคเดโมแครตจะชนะการเลือกตั้ง หากแฮร์ริสไม่ซื่อสัตย์ต่อไบเดนขนาดนี้ และเลือกที่จะเสนอนโยบายที่แตกต่าง และนำเสนอว่าตนเองนั้นเป็นบุคคลแห่งความเปลี่ยนแปลง

ผู้ที่สนับสนุนพรรคเดโมแครตมาอย่างยาวนาน แต่เลือกที่จะลงคะแนนให้กับทรัมป์ในการเลือกตั้งครั้งนี้รายหนึ่งให้ความเห็นว่า พรรคเดโมแครตจำเป็นต้องปรับโฉมใหม่ พวกเขาโกหกชาวสหรัฐเกี่ยวกับสุขภาพและศักยภาพของประธานาธิบดี และไม่ได้จัดการเลือกตั้งรอบไพรมารีเพื่อหาผู้แทนคนใหม่ด้วย