นักวิทย์ชี้ 2024 จ่อทุบสถิติร้อนสุดเป็นประวัติการณ์
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นักวิทยาศาสตร์ของโครงการติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส (C3S) แห่งสหภาพยุโรป หรืออียู เปิดเผยเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนว่า ปี 2024 จะเป็นปีแรกที่โลกมีอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสูงขึ้นเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรมทะลุเกณฑ์ข้อตกลงปารีส ทำให้ปี 2024 จะกลายเป็นปีที่อุณหภูมิโลกร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ แซงหน้าแชมป์เก่าคือปี 2023
การเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 29 (COP29) ที่ประเทศอาเซอร์ไบจาน ซึ่งจะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า ท่ามกลางความกังวลถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐอเมริกา ชาติผู้ปลดปล่อยก๊าซก่อโลกร้อนรายใหญ่ที่สุดของโลก (กับจีน) หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เชื่อว่าปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงหรือโลกร้อนเป็นเรื่องลวงโลก ชนะเลือกตั้งเป็นว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 47 ของสหรัฐ
C3S ระบุว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงตุลาคมที่ผ่านมานั้นสูงมากและจะส่งผลให้ปีนี้เป็นที่สภาพอากาศร้อนที่สุด ยกเว้นกรณีเดียว คือ เกิดเหตุไม่คาดฝันใดๆ ที่ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกลดเหลือเกือบศูนย์องศาเซลเซียสในช่วงที่เหลือของปีนี้
นายคาร์โล บูออนเท็มโป ผู้อำนวยการ C3S กล่าวว่า ต้นเหตุสำคัญที่ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยโลกปีนี้ทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ คือ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะสภาพอากาศทั่วโลกร้อนขึ้นในทุกทวีปและทุกมหาสมุทร ทำให้เราอาจกำลังเห็นสถิติเหล่านี้ถูกทำลายนางโซเนีย เซเนวิแรตนี นักวิจัยด้านสภาพภูมิอากาศจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งสหพันธ์สวิส ซือริช (ETH Zürich) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กล่าวว่า ไม่แปลกใจที่โลกมาถึงจุดนี้ แต่เรียกร้องให้ COP29 ออกมาตรการให้รัฐภาคีลดก๊าซโลกร้อนจากการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างจริงจัง
นางเซเนวิแรตนีระบุว่า เพดานอุณหภูมิเฉลี่ยโลกที่กำหนดไว้ในข้อตกลงปารีสกำลังเริ่มถูกทำลายลงแล้วเนื่องมาจากความล่าช้าในการแก้ไขโลกร้อนของบรรดารัฐภาคีทั่วโลก
รายงานระบุว่า ความตกลงตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ปี 2015 บรรดารัฐภาคีสมาชิกตกลงจะดำเนินการ “ไม่ให้อุณหภูมิทั่วโลก” สูงเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียส เพื่อหลีกเลี่ยงมหันตภัยทางธรรมชาติที่ร้ายแรง
ข้อมูลล่าสุดจาก C3S ไม่ใช่อุณหภูมิทั่วโลกจะทะลุ 1.5 องศา แต่เป็น “อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลก” ที่ทะลุ 1.5 องศาเป็นปีแรก ซึ่งเป็นสัญญาณอันตราย โดยทาง C3S คาดว่า หากทิศทางยังไม่เปลี่ยนแปลง อุณหภูมิทั่วโลกจะทะลุ 1.5 องศา ภายในปี 2030
C3S เริ่มเก็บข้อมูลสภาพอากาศโลกมาตั้งแต่ปี 1940 และสามารถนำไปเทียบกับข้อมูลอื่นที่เก็บสะสมมาตั้งแต่ปี 1850 ได้ ขณะที่รายละเอียดข้อมูลล่าสุดนั้นจะเปิดเผยในการประชุม COP29

