หน้าแรก ต่างประเทศ ไบเดนให้คำมั่...

ไบเดนให้คำมั่นเปลี่ยนผ่านอำนาจโดยสันติ ‘ทรัมป์’ เริ่มประกาศชื่อทีมงาน จับตาถกปูติน

8.11.24 | 09:51 น.

ไบเดนให้คำมั่นเปลี่ยนผ่านอำนาจโดยสันติ ‘ทรัมป์’ เริ่มประกาศชื่อทีมงาน จับตาถกปูติน

หลังชัยชนะอย่างถล่มทลายของโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน ประธานาธิบดีโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต ออกมาให้คำมั่นเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนว่า การถ่ายโอนอำนาจให้กับทรัมป์จะเป็นไปอย่างสันติ ขณะที่ทรัมป์ได้แสดงเจตนาที่จะละทิ้งนโยบายของไบเดน โดยบอกกับสื่อว่าเขาจะพูดคุยกับนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย

ในคำปราศรัยทางสถานีโทรทัศน์ ไบเดน วัย 81 ปี เรียกร้องให้ชาวอเมริกันลดอุณหภูมิร้อนแรงทางการเมือง ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับเมื่อครั้งที่ทรัมป์ปฏิเสธที่จะยอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งปี 2020

ทั้งนี้ ความพ่ายแพ้อย่างยับเยินของคามาลา แฮร์ริส ต่อทรัมป์กำลังสั่นคลอนการเมืองสหรัฐและการเมืองโลกแล้ว เพียง 2 วันหลังจากวันเลือกตั้ง และอีก 2 เดือนครึ่งก่อนที่เขาจะกลับเข้าสู่ทำเนียบขาว

ประธานาธิบดีปูตินชื่นชมทรัมป์ว่า เป็นผู้กล้าหาญโดยดูจากวิธีที่เขาจัดการตัวเองหลังจากเผชิญกับพยายามลอบสังหารในการรณรงค์หาเสียงเมื่อเดือนกรกฎาคม และบอกเขาพร้อมที่จะหารือกับปูติน ต่อมาทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับเอ็นบีซี นิวส์ว่า เขาไม่ได้คุยกับปูติน นับตั้งแต่ได้รับชัยชนะ แต่”ผมคิดว่าเราจะคุยกัน” ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากความเงียบเฉยที่เคยมีอยู่ระหว่างไบเดนและปูตินตั้งแต่รัสเซียรุกรานยูเครนในปี 2022 และย้ำเน้นถึงข้อวิพากษ์วิจารณ์ของทรัมป์ต่อการให้การสนับสนุนเคียฟของสหรัฐ

Advertisement

ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า เขาจะผลักดันข้อตกลงสันติภาพในความขัดแย้งดังกล่าว แต่ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครน ซึ่งพูดคุยกับทรัมป์เมื่อวันพุธระบุว่าการเรียกร้องให้หยุดยิง”เป็นสิ่งอันตราย

ทรัมป์ยังย้ำแผนเนรเทศผู้อพยพไร้เอกสารจำนวนมาก โดยบอกกับเอ็นบีซีว่าเขาไม่มีทางเลือกและถือว่าไม่มีราคาอะไรที่มากเกินไป

AFP

๐ไบเดนย้ำ ถ่ายโอนอำนาจโดยสันติ เชื่อคิดถูก ลงสมัครสมัย 2

ขณะที่ทรัมป์ได้เริ่มทำงานกับทีมงานในช่วงเปลี่ยนผ่านที่รีสอร์ตในฟลอริดา ไบเดนก็ให้คำมั่นว่าจะถ่ายโอนอำนาจอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยประธานาธิบดีไบเดนได้เชิญทรัมป์ไปหารือที่ทำเนียบขาว แต่โฆษกของไบเดนกล่าวว่าทีมงานของทรัมป์ยังไม่ได้ลงนามในเอกสารสำคัญที่อนุญาตให้เริ่มกระบวนการเปลี่ยนผ่านทางกฎหมาย

ในการกล่าวสุนทรพจน์จากสวนกุหลาบของทำเนียบขาว ไบเดนเรียกร้องความสามัคคีพร้อมกับเรียกร้องให้พรรคเดโมแครตไม่หมดหวัง และว่าจงจำไว้ว่าความพ่ายแพ้ไม่ได้หมายความว่าเราพ่ายแพ้

อย่างไรก็ตาม พรรคได้ออกมากล่าวโทษไบเดนเกี่ยวกับการตัดสินใจครั้งแรกในการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 แม้ว่าเขาจะมีอายุมากแล้วก็ตาม ก่อนจะถอนตัวในนาทีสุดท้ายในเดือนกรกฎาคม และส่งมอบการแข่งขันต่อให้กับแฮร์ริส รองประธานาธิบดีของเขา

ทำเนียบขาวปฏิเสธว่าไบเดนไม่รู้สึกเสียใจใดๆ คารีน ฌอง-ปิแอร์ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า “เขาเชื่อว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องในตอนนั้น”

การที่ทรัมป์ได้รับเลือกในขณะที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดทางอาญาในข้อหาฉ้อโกง การถูกถอดถอนสองครั้ง และความจริงที่ว่าเขาเป็นประธานาธิบดีที่ได้รับการเลือกตั้งมากที่สุดตลอดกาลด้วยวัย 78 ปี สะท้อนให้เห็นถึงความปรารถนาของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงจากยุคของไบเดน

ขณะที่ความกังวลของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกี่ยวกับเศรษฐกิจและการย้ายถิ่นฐานเป็นแรงผลักดันให้ทรัมป์ได้รับชัยชนะ

AP

๐ทรัมป์เริ่มตั้งทีมงาน ยก ‘ซูซี่ ไวลส์’ เป็นหัวหน้า จทน.ทำเนียบขาว

เมื่อวันพฤหัสบดี ทรัมป์ได้แต่งตั้งซูซี ไวลส์ ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์หาเสียงเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ซึ่งเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งสำคัญนี้ และเป็นการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ เป็นครั้งแรในรัฐบาลชุดใหม่ของเขา

ทรัมป์กล่าวถึงซูซี ซึ่งเป็นชาวฟลอริดาวัย 67 ปีว่า “เป็นคนเข้มแข็ง ฉลาด สร้างสรรค์ ทั้งยังเป็นผู้ที่ได้รับความชื่นชมและเคารพนับถือทั่วโลก ซูซี่จะทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อให้ประเทศอเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง”

นอกจากซูซี่แล้ว ทรัมป์ยังให้คำมั่นขณะให้สัมภาษณ์กับเอ็นบีซีนิวส์ว่า นายโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ ผู้นำขบวนการต่อต้านวัคซีน จะมีบทบาทสำคัญในด้านการดูแลสุขภาพ

ทั้งนี้ ผู้ที่คาดว่าจะเข้ามามีตำแหน่งในรัฐบาลทรัมป์ 2.0 คนอื่นๆ ยังน่าจะสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีการคาดการณ์ว่า นายอีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลก อาจได้รับผิดชอบงานตรวจสอบการใช้จ่ายที่สิ้นเปลืองของรัฐบาล หลังจากผู้บริหารสเปซเอ็กซ์ เทสลา และเอ็กซ์ แสดงท่าทีสนับสนุนทรัมป์อย่างเต็มที่

คาดว่าทรัมป์จะยกเลิกนโยบายสำคัญๆ ของไบเดนหลายประการเมื่อกลับมาที่ทำเนียบขาว ในฐานะผู้ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และเตรียมที่จะทำลายนโยบายสีเขียวของไบเดนด้วยคำมั่นสัญญาที่จะเดินหน้า “เจาะและขุด” น้ำมัน