หน้าแรก ต่างประเทศ เปิดโผตัวเต็ง...

เปิดโผตัวเต็งนั่งครม. ‘ทรัมป์’ 2.0 ทีมงาน ‘Make America Great Again’  

8.11.24 | 14:33 น.
ซูซี่ ไวลส์ และ ไมค์ ปอมเปโอ (แฟ้มภาพ เอพี)

ทรัมป์ – เปิดโผตัวเต็งนั่งครม. ‘ทรัมป์’ 2.0 ทีมงาน ‘Make America Great Again’  

สำนักข่าวบีบีซีได้จัดทำรายชื่อตัวเต็งผู้ที่อาจได้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ในรัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจากพรรคเดโมแครต หลังชนะการเลือกตั้งเหนือนางคามาลา แฮร์ริส ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต ไปเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ซูซี่ ไวลส์ – หัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว

ทรัมป์ได้แต่งตั้งซูซี ไวลส์ ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์หาเสียงของเขาให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว โดยเธอถือเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งนี้และเป็นการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งครั้งแรกในรัฐบาลชุดใหม่ของทรัมป์ ไวลส์ถือเป็นหนึ่งในคนทำงานทางการเมืองที่น่ากลัวและได้รับการเคารพมากที่สุดคนหนึ่งของสหรัฐ

เธอทำงานสายการเมืองได้ไม่ถึง 1 ปีเธอก็ได้ทำงานร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมหาเสียงของโรนัลด์ เรแกนซึ่งทำให้เรแกนชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 1980 ก่อนที่จะดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดตารางงานในทำเนียบขาวสหรัฐ ต่อมาในปี 2010 เธออยู่ในทีมหาเสียงของนายริค สก็อตต์ นักธุรกิจที่มีประสบการณ์ทางการเมืองไม่มากให้ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าการรัฐฟลอริดาในระยะเวลาเพียง 7 เดือน ไวลส์ได้พบกับทรัมป์ระหว่างการเลือกตั้งไพรมารีของพรรครีพับลิกันในปี 2015 และเป็นผู้จัดการร่วมฝ่ายหาเสียงในรัฐฟลอริดาที่ถือเป็นหนึ่งในรัฐสะวิงสเตตในการเลือกตั้งปี 2016 ทำให้ทรัมป์ชนะนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตในรัฐฟลอริดาไปได้แบบฉิวเฉียด

Advertisement

อีลอน มัสก์ – หัวหน้าหน่วยงานส่งเสริมประสิทธิภาพของรัฐบาล

มัสก์ผู้เป็นหนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกผู้เป็นเจ้าของบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า เทสลา และบริษัทด้านอวกาศอย่าง สเปซเอ็กซ์ ได้ประกาศสนับสนุนทรัมป์เมื่อต้นปีนี้ แม้จะเคยออกมากล่าวในปี 2022 ว่าถึงเวลาแล้วที่ทรัมป์จะเลิกเล่นการเมือง มัสก์ได้กลายเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุดของทรัมป์และบริจาคเงินมากกว่า 119 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4.05 พันล้านบาทให้กับ America PAC คณะกรรมการดำเนินการทางการเมืองระดับสูงที่สนับสนุนการรณรงค์หาเสียงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ที่มัสก์เป็นคนก่อตั้งขึ้น

ทั้งมัสก์และทรัมป์ได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับแนวคิดที่จะให้มัสก์เป็นผู้นำหน่วยงานส่งเสริมประสิทธิภาพของรัฐบาล ซึ่งจะเป็นหน่วยงานที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่เพื่อลดค่าใช้จ่าย ปฏิรูปกฎระเบียบของหน่วยงานรัฐบาลกลาง

โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ – ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (ซีดีซี) หรือ องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (เอฟดีเอ)

นายโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ ผู้เป็นหลานของอดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี เคยลงสมัครเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตในศึกเลือกตั้งสหรัฐครั้งนี้ ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนมาเป็นผู้สมัครอิสระแต่ไม่ได้รับเสียงสนับสนุนมากนัก ก่อนที่เขาจะถอนตัวจากการลงชิงตำแหน่งผู้นำสหรัฐและหันมาสนับสนุนนายโดนัลด์ ทรัมป์ตจากพรรครีพับลิกัน

เคนเนดี จูเนียร์ เป็นผู้นำแคมเปญริเริ่มในการหาเสียงของทรัมป์ที่เรียกว่า Make America Healthy Again แต่เขาถูกวิจารณ์จากการที่ออกมาประกาศอย่างเปิดเผยว่าเขาต่อต้านวัคซีน ทรัมป์ได้ออกมาให้คำมั่นกับเคนเนดี จูเนียร์เมื่อเร็วๆ นี้ว่าเขาจะมีบทบาทสำคัญในหน่วยงานสาธารณสุขอย่างศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (ซีดีซี) หรือ องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (เอฟดีเอ)

อย่างไรก็ตาม เคนเนดี จูเนียร์ปฏิเสธแนวคิดว่าเขาต่อต้านวัคซีนและเขาจะไม่ยึดวัคซีนไปจากประชาชนแต่จะมอบข้อมูลที่ดีที่สุดเพื่อให้พวกเขาตัดสินใจเองว่าจะฉีดวัคซีนหรือไม่ รวมถึงบอกว่าเขาสามารถดำรงตำแหน่งอื่นๆ ในทำเนียบขาวสหรัฐได้อีกด้วย

ไมค์ ปอมเปโอ หรือ ไมเคิล วอลซ์ – รัฐมนตรีกลาโหม

ไมค์ ปอมเปโอ เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) และรัฐมนตรีต่างประเทศในสมัยที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐในสมัยแรก ปอมเปโอมีจุดยืนสนับสนุนอิสราเอลและมีบทบาทสำคัญในการย้ายสถานทูตสหรัฐจากเทลอาวีฟไปยังกรุงเยรูซาเลม เขายังเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญในการดำเนินงานของข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และบาห์เรนกลับมาเป็นปกติ ปอมเปโอยังออกตัวปกป้องทรัมป์หลังจากที่ทรัมป์อ้างว่ามีการโกงการเลือกตั้งจนทำให้เขาพ่ายแพ้การเลือกตั้งในปี 2020

ปอมเปโอมีชื่อเป็นตัวเต็งที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม เช่นเดียวกับนายไมเคิล วอลซ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐฟลอริดาผู้เป็นทหารผ่านศึกสงครามอัฟกานิสถาน และเป็นสมาชิกของคณะกรรมการด้านกำลังทหารของสภาล่างสหรัฐ

ริชาร์ด กรีเนล – รัฐมนตรีต่างประเทศ หรือ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาวสหรัฐ

ริชาร์ด กรีเนล เคยดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศเยอรมนีในสมัยรัฐบาลทรัมป์สมัยแรก รวมถึงเคยเป็นทูตพิเศษประจำคาบสมุทรบอลข่าน และรักษาการผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ (ดีเอ็นไอ) เขามีส่วนร่วมอย่างมากในความพยายามของทรัมป์ที่จะล้มผลการเลือกตั้งปี 2020 ในรัฐเนวาดาที่เป็นรัฐสะวิงสเตต ทรัมป์ชื่นชมกรีเนลว่าเป็นทูตของเขา

กรีเนลยังเข้าร่วมการหารือส่วนตัวระหว่างทรัมป์และประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครนเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทรัมป์อ้างว่าเขาสามารถยุติสงครามยูเครนได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ และกรีเนลได้สนับสนุนให้มีการตั้งเขตปกครองตนเองในทางตะวันออกของยูเครน ซึ่งเป็นแนวคิดที่ยูเครนไม่เห็นด้วย

กรีเนลมีชื่อเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ หรือ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาวสหรัฐ

คาโรลีน เลวิตต์ – โฆษกทำเนียบขาว

คาโรลีน เลวิตต์ ทำหน้าที่เป็นโฆษกทีมรณรงค์หาเสียงของทรัมป์ และเคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยโฆษกทำเนียบขาวในสมัยที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐในสมัยแรก เธอมีชื่อเป็นตัวเต็งที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นโฆษกทำเนียบขาวสหรัฐ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องเจอกับสื่อมวลชนมากที่สุดในคณะรัฐมนตรี

ทอม โฮแมน – รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ

นายทอม โฮแมนเคยดำรงตำแหน่งรักษาการหัวหน้าสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐอเมริกา (ไอซีอี) ในสมัยที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในสมัยแรก โดยเขาเสนอให้มีการแยกเด็กผู้อพยพเข้าเมืองไปจากพ่อแม่เพื่อเป็นวิธีป้องกันการลักลอบข้ามพรมแดน ต่อมาเขาถูกวิจารณ์อย่างหนักจากการบอกว่านักการเมืองที่สนับสนุนนโยบายเมืองซึ่งให้ที่พักพิงควรถูกตั้งข้อหาอาชญากรรม แต่ต่อมาเขาได้ลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวในปี 2018

อย่างไรก็ตาม โฮแมนเป็นบุคคลสำคัญในการพัฒนาแผนเนรเทศผู้อพยพครั้งใหญ่ของทรัมป์และมีชื่อเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ โฮแมนให้รายละเอียดเกี่ยวกับแผนเนรเทศผู้อพยพว่าจะไม่ใช่การกวาดล้างชุมชนครั้งใหญ่แต่จะมีการจับกุมแบบพุ่งเป้า