เผยผลสำเร็จเจรจาเขตแดน ‘แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก’ ไทย-เมียนมา
หมายเหตุ – นางสุพรรณวษา โชติกญาณ ถัง อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงผลประชุมคณะกรรมการร่วมไทย-เมียนมาเกี่ยวกับเขตแดนคงที่แม่น้ำสาย-แม่น้ำรวกครั้งที่ 3 พร้อมตอบคำถามถึงความสำคัญของการเจรจาเขตแดนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่ยืนยันว่าการหารือในเรื่องเขตแดนไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นโอกาส
๐การประชุมคณะกรรมการร่วมไทย-เมียนมาเกี่ยวกับเขตแดนคงที่แม่น้ำสาย-แม่น้ำรวก (JCR) เป็นการประชุมเกี่ยวกับอะไร
การประชุมคณะกรรมการร่วมไทย-เมียนมาเกี่ยวกับเขตแดนคงที่แม่น้ำสาย-แม่น้ำรวก (JCR) เป็นความร่วมมือระหว่างไทยและเมียนมาเพื่อเจรจาเรื่องการปักปันนเขตแดนในแม่น้ำสาย-แม่น้ำรวกให้มีความชัดเจนว่าเขตแดนนั้นอยู่ที่ใด
ทั้งนี้ งานเขตแดนไม่ได้มีแค่เรื่องกำหนดขอบเขตอำนาจอธิปไตยของรัฐเท่านั้น แต่การที่จะมีเขตแดนที่ดีได้ การเข้าไปตรวจสอบตัวหลักว่าชำรุดหรือยังคงสามารถกำหนดเขตแดนของไทยอยู่หรือไม่ รวมถึงเรื่องการดูแลรักษาถือเป็นเรื่องที่จำเป็น ทางกรมสนธิฯ รู้สึกชื่มชมหน่วยงานในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น ที่ช่วยเป็นแขนขาดูแลพื้นที่ตรงนี้ และในส่วนนี้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนสำคัญที่จะคอยสอดส่องดูแล และยังเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างความแน่นอนในพื้นที่ด้วย
นอกจากนี้ สารัตถะของงานเขตแดนยังรวมถึงเรื่องการบริหารการใช้น้ำ เพื่อป้องกันปัญหาที่จะกระทบชุมชนรวมถึงเรื่องการลุกล้ำตัวแม่น้ำ ซึ่งเป็นประเด็นที่อาจจะเกิดการกระทบกระทั่งขึ้นได้ โดยเรื่องเขตแดนเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรง ในบริเวณแม่น้ำสาย-แม่น้ำรวกมีบางจุดที่มีสิ่งปลูกสร้างอยู่ซึ่งทำให้ตัวลำน้ำนั้นแคบลง และเวลาน้ำไหลลงมาจะทำให้เกิดการเอ่อขึ้นมา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมและตลิ่งพังทลายลง และจะส่งผลกระทบประชาชนที่อยู่ตามลำน้ำและเป็นผู้ที่อาศัยลำน้ำในการทำมาหากิน
๐ในการประชุม JCR ครั้งล่าสุดซึ่งถือเป็นครั้งที่ 3 ฝ่ายไทยและเมียนมาได้หารืออะไรบ้าง
ในปีนี้ เห็นได้ชัดว่าปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ตอนเหนือค่อนข้างที่จะรุนแรง สืบเนื่องมาจากสภาพอากาศแปรปวนและการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมที่ทำให้อุทกภัยมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เราจึงเรียกประชุม JCR ครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี เพื่อแสวงหาความร่วมมือว่าจะมีมาตรการอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมอีก
โดยจากการหารือเป็นระยะเวลา 3 วันในครั้งนี้พบว่า วิธีการที่ดีที่สุดคือการขุดลอกแม่น้ำสาย แม่น้ำรวก ซึ่งจำเป็นต้องพูดคุยกันต่อไปเพราะมีรายละเอียดที่จะต้องหารือ เช่น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ใครจะรับผิดชอบส่วนไหนและการจะขุดลอกแม่น้ำทั้งสาย หรือเพียงแค่บางส่วนที่มีลักษณะตื้นเขินของตัวแม่น้ำหรือไม่
นอกจากนี้ ในที่ประชุมครั้งนี้ได้มอบหมายให้คณะชุดเล็กที่เป็นอนุกรรมการที่เรียกว่า sub-JCR ประชุมร่วมกันเพื่อหาข้อสรุปในเรื่องนี้และรายงานให้ JCR ทราบ เพื่อจะได้พิจารณาต่อไป โดยฝ่ายไทยได้เสนอที่จะจัดประชุม sub-JCR ในเดือนธันวาคมปีนี้ ซึ่งมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นประธาน เพราะเป็นผู้ที่ทราบสถานการณ์ในพื้นที่อย่างดีและอยู่ในองค์ประกอบของการประชุม JCR ครั้งนี้ด้วย
หัวข้อในการหารือในการประชุม sub-JCR ที่จะถึงนี้ ตั้งใจไว้ว่าประเด็นสำคัญของการประชุมจะรวมถึงเรื่องการจัดทำแผน การขุดลอก การรักษา การไหลของน้ำ การเข้าถึงน้ำ รวมถึงเรื่องสิทธิในการเดินเรือด้วย ซึ่งทางกรมสนธิสัญญาฯ ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการกองเขตแดนเข้าร่วม
ผลการประชุม JCR ในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าพอใจ ฝ่ายไทยสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคณะที่มาจากเมียนมาได้ และมีปฏิสัมพันธ์กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยตนรู้สึกดีใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ทำหน้าที่เป็นประธานในครั้งนี้และได้พบคู่หารือแบบเจอตัวจริงๆ อีกทั้ง การประชุมครั้งนี้ยังเป็นโอกาสให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ได้แบ่งปันความรู้สึก แลกเปลี่ยนประสบการณ์และปัญหาข้อกังวลต่างๆ ซึ่งนำมาสู่ความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างทั้งสองฝ่ายกับการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้าน

นางสุพรรณวษา โชติกญาณ ถัง อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย
“เรื่องเขตแดนนั้นไม่ใช่ปัญหาแต่เป็นโอกาส ขอยกตัวอย่างความสำเร็จของกรณีภูชี้ฟ้า ซึ่งเป็นเขตแดนไทย-ลาว ประโยชน์ของการมีเขตแดนที่ชัดเจน หลังจากที่การเจรจาเรื่องปักหลักเขตแดนสำเร็จเสร็จสิ้น การหารือสามารถเปิดประตูสู่ความร่วมมือ เช่นเรื่องเศรษฐกิจ การค้าและการท่องเที่ยวต่อไป”
๐เอกสารที่ลงนามร่วมกันในการประชุมครั้งนี้เป็นเอกสารเกี่ยวกับอะไร
เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของการประชุมที่เราจะทำรายงานผลการประชุม เพื่อสะท้อนการหารือในที่ประชุมว่าได้พูดคุยและมีแนวทางร่วมกันในเรื่องอะไรบ้าง เพื่อแสดงให้ถึงความคืบหน้าและพัฒนาการของการประชุม โดยทั้ง 2 ฝ่ายลงนามยืนยันข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ จากนั้นกระทรวงการต่างประเทศจะทำการเสนอต่อรัฐบาลเพื่อรับทราบและให้เห็นว่า ทางกระทรวงฯ พร้อมที่ให้ความร่วมมือในส่วนนี้ ด้วยเหตุว่าปัญหาน้ำท่วมไม่รอท่าใคร แม้ว่าจะพ้นช่วงหน้าฝนนี้ไปแล้ว ฝนก็กำลังมาอีก จึงจำเป็นต้องรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด โดยเอกสารที่เกี่ยวข้องจะถูกเวียนโดยใช้ช่องการทางการทูตเพื่อความรวดเร็วในการสั่งการ แทนที่จะมาจัดการประชุม JCR ครั้งที่ 4 เพื่อให้ทราบในตอนนั้นด้วย
๐การประชุมในครั้งนี้ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญาเรื่องน้ำท่วมถือได้ว่ามีผลสัมฤทธิ์ค่อนข้างไว เพราะต้องยอมรับว่าตั้งแต่เกิดประเด็นเรื่องเขาพระวิหารคนจะรู้สึกว่าการปักปันเขตแดนเป็นเรื่องเผือกร้อน แต่ผลสำเร็จของการประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงมิติด้านบวกจากการปักปันเขตแดนให้เกิดความชัดเจนหรือไม่
ส่วนหนึ่งที่ทำให้มีความรวดเร็วเช่นนี้อาจจะเป็นเพราะว่าทั้งสองประเทศมีผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งมีภัยธรรมชาติเป็นโจทย์สำคัญ และเรื่องเขตแดนนั้นไม่ใช่ปัญหาแต่เป็นโอกาส ตนขอยกตัวอย่างความสำเร็จของกรณีภูชี้ฟ้า ซึ่งเป็นเขตแดนด้านไทย-ลาว เป็นประโยชน์ของการมีเขตแดนที่ชัดเจน หลังจากที่การเจรจาเรื่องปักหลักเขตแดนสำเร็จเสร็จสิ้น การหารือสามารถเปิดประตูสู่ความร่วมมือ เช่นเรื่องเศรษฐกิจ การค้าและการท่องเที่ยวต่อไป
๐ในท้ายนี้มีอะไรจะพูดฝากหรือไม่
หน้าที่ของกรมสนธิฯคือการดูแลสนธิสัญญารวมถึงพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ และงานเขตแดนก็อยู่บนพื้นฐานของสนธิสัญญาต่างๆ ซึ่งในอดีตสมัยที่ไทยเป็นสยาม มีสนธิสัญญาที่ไทยได้ทำไว้กับทั้งฝรั่งเศสและอังกฤษ ซึ่งยังคงมีผลผูกพันในปัจจุบัน
มากไปกว่านั้น งานสนธิสัญญาจำเป็นต้องใช้ทักษะที่หลากหลายเพื่อตีความและหาทางออก นอกเหนือจากการเป็นนักการทูตและนักกฎหมาย งานเขตแดนทำให้ต้องทราบในเรื่องของประวัติศาสตร์ มิติทางเศรษฐกิจ เรื่องความมั่นคง รวมถึงเรื่องที่ต้องไปพูดคุยกับประชาชน ซึ่งก็ยึดโยงกับการทูตสาธารณะ เรียกว่างานแขตแดนนั้นครบรสมาก

