ตัวเลขส่งออกจีน ต.ค. พุ่ง 12.7% เติบโตเร็วสุดรอบกว่า 2 ปี
ตัวเลขส่งออกของจีนในเดือนตุลาคมขยายตัวขึ้นถึง 12.7% เมื่อเทียบกับเดือนตุลาคมปีก่อน ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่เร็วที่สุดในรอบกว่า 2 ปี
ตัวเลขดังกล่าวถูกเปิดเผยออกมาในวันที่ 7 พฤศจิกายน 1 วันหลังชัยชนะแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งและขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่ 2 ซึ่งเขาให้คำมั่นว่าจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเป็น 60% เพิ่มความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มการส่งออกสินค้าจีนไปยังสหรัฐ
ขณะที่ตัวเลขการส่งออกสินค้าของจีนเพิ่มสูงขึ้น ตัวเลขการนำเข้าสินค้าของจีนก็ลดลง 2.3% ในเดือนตุลาคม เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ดุลการค้าของจีนเพิ่มขึ้นเป็น 9.57 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.265 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 8.17 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนกันยายน
ตัวเลขการส่งออกสินค้าของจีนมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 5.5% และแซงหน้าการเติบโตในเดือนกันยายนที่ตัวเลขอยู่ที่ เพียง 2.4% และนับเป็นการขยายตัวที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2022
การเติบโตของตัวเลขการส่งออกในเดือนตุลาคม ส่งสัญญาณถึงความต้องการสินค้าจีนที่เพิ่มมากขึ้นในต่างประเทศขณะที่ความต้องการในประเทศยังคงซบเซา
ด้านนักเศรษฐศาสตร์มองว่า ผลกระทบของการขึ้นภาษีภายใต้การนำของรัฐบาลทรัมป์จะไม่ส่งผลใดๆ จนกว่าจะถึงปีหน้า
“แม้ว่าภาษีที่ทรัมป์เสนอจะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออก แต่ผลกระทบจะไม่รุนแรงเท่าที่หลายคนกังวล เราคิดว่าภาษีอาจทำให้ปริมาณการส่งออกลดลงประมาณ 3% และอาจไม่รู้สึกจนกว่าจะถึงครึ่งหลังของปี 2025” จี้ชุน หวง จาก Capital Economics ระบุในรายงาน และว่า ในขณะเดียวกัน การกลับมาของทรัมป์อาจช่วยกระตุ้นการส่งออกของจีนในระยะสั้น เนื่องจากผู้นำเข้าของสหรัฐจะเพิ่มการซื้อเพื่อรับมือกับภาษี

