หน้าแรก ต่างประเทศ รมว.ต่างประเท...

รมว.ต่างประเทศ ใช้เวทีเอเปคกระชับความสัมพันธ์ ญี่ปุ่น-นิวซีแลนด์ เพื่อประโยชน์ด้านการค้า การลงทุน 

14.11.24 | 15:58 น.

รมว.ต่างประเทศ ใช้เวทีเอเปคกระชับความสัมพันธ์ ญี่ปุ่น-นิวซีแลนด์ เพื่อประโยชน์ด้านการค้า การลงทุน 

นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ประจำภูมิภาคอเมริกา ณ นครลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยการประชุมดังกล่าว ถือเป็นครั้งแรกที่นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบาย และแนวทางด้านการต่างประเทศ แก่บรรดาเอกอัครราชทูต กงสุลใหญ่ และทีมประเทศไทยประจำภูมิภาคอเมริกา ใน 2 ประเด็นสำคัญ คือ นโยบายที่จับต้องได้ และความร่วมมือแบบทวิภาคีและพหุภาคี และได้เน้นย้ำเรื่องของยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ เนื่องจากในหลายภูมิภาคของอเมริกา ให้ความสนใจในวัฒนธรรม และอารยธรรมของประเทศไทย ทั้งด้านอาหาร มวยไทย ภาพยนตร์ และละครไทย เหล่านี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ประเทศไทยมีบทบาทนำ ในการดำเนินความสัมพันธ์กับประเทศในภูมิภาคอเมริกาได้เป็นอย่างดี

ซึ่งนอกจากนายกรัฐมนตรี จะได้มอบนโยบายให้กับกงสุลใหญ่และทีมประเทศไทยแล้ว นายกรัฐมนตรี ยังได้รับรายงานข้อมูลที่เกี่ยวกับศักยภาพของประเทศต่างๆ ที่มีสำนักงานอยู่ในทวีปอเมริกา เช่น ประเทศบราซิล ซึ่งท่านอุปทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปสู่การกำหนดทิศทางนโยบายและยุทธศาสตร์ รวมทั้งความร่วมมือ ระหว่างประเทศไทย กับประเทศบราซิล ทั้งความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน การพัฒนาอุตสาหกรรมร่วมกัน รวมไปถึงการพัฒนาในภาคการเกษตร เนื่องจากประเทศบราซิล เป็นประเทศที่มีศักยภาพในด้านนี้ ซึ่งไทยสามารถนำไปปรับใช้เพื่อกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ด้านการเกษตร กับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอเมริกาได้ ด้วย

ส่วนในวันที่ 13 พฤศจิกายน 67 นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยังได้ร่วมงานเลี้ยงต้อนรับรัฐมนตรีเอเปค และผู้เข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเปค นอกจากนี้ยังได้มีโอกาส ร่วมแสดงความยินดีกับ รัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ของญี่ปุ่น โดยถือโอกาสหารือและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันให้แน่นแฟ้นขึ้น โดยได้หารือเกี่ยวกับกรอบทวิภาคีร่วมกัน ทั้งเรื่องความร่วมมือการพัฒนาอุตสาหกรรม การพัฒนาการเกษตร ส่งเสริมการลงทุนการค้าระหว่างกัน เนื่องจากประเทศญี่ปุ่น ได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยสูงมาก โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ ที่มุ่งไปสู่การเป็นอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า พลังงานทดแทนเชื้อเพลิงต่างๆ และนอกจากความร่วมมือในกรอบของทวิภาคีแล้ว ไทยและญี่ปุ่น ยังได้หารือถึงความร่วมมือระหว่างกัน ในการขับเคลื่อนความร่วมมือที่จะนำไปสู่ระดับพหุภาคี เพื่อนำไปสู่กรอบความร่วมมือการประชุมอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง เนื่องด้วยประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงด้าน องค์ความรู้ทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทุก ๆ ประเทศ

นอกเหนือจากนี้ ยังได้หารือถึงความร่วมมือในการขจัดยาเสพติด, การค้ามนุษย์ และออนไลน์สแกม ซึ่งเป็นปัญหาที่กระทบกับประเทศอื่นๆ และในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น ยินดีให้ความร่วมมือ และมองเห็นถึงศักยภาพของประเทศไทย ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน

Advertisement

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยังได้หารือร่วมกับ รัฐมนตรีการค้าของประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งไทยจะเดินทางไปเยือนประเทศนิวซีแลนด์ ช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้ เพื่อหารือถึงความร่วมมือในมิติต่างๆ ที่สำคัญที่สุดก็คือความร่วมมือด้านการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมนมและโคเนื้อ และเรื่องการศึกษา ด้วย