จับตา ‘ไบเดน’ พบหน้าจ้อ ‘สี’ ครั้งสุดท้าย ก่อนอำลาเก้าอี้ปธน.มะกัน

16.11.24 | 14:27 น.
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา ขณะร่วมการประชุมไตรภาคีกับ นายชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และประธานาธิบดียุน ซอกยอลของเกาหลีใต้ นอกรอบการร่วมการประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ที่กรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน (เอเอฟพี)

จับตา ‘ไบเดน’ พบหน้าจ้อ ‘สี’ ครั้งสุดท้าย ก่อนอำลาเก้าอี้ปธน.มะกัน

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา มีกำหนดจะพบหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนนอกรอบในระหว่างร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ที่กรุงลิมา ประเทศเปรู ในวันเสาร์ (16 พ.ย.) นี้ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นการพบปะพูดคุยกันระหว่างผู้นำชาติมหาอำนาจทั้งสองรายนี้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ประธานาธิบดีไบเดนจะลงจากตำแหน่งและนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐจะก้าวขึ้นครองทำเนียบขาวอีกครั้งในเดือนมกราคมปีหน้า

นายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านควาามมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาวแถลงว่า การพบหารือกันระหว่างประธานาธิบดีไบเดนและประธานาธิบดีสีในครั้งนี้ไม่เพียงจะมุ่งแสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนเท่านั้น แต่ยังมุ่งเป้าไปถึงช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านที่ละเอียดอ่อนและทำให้แน่ใจว่าการแข่งขันใดๆ กับจีนจะไม่หันเหไปสู่ความขัดแย้ง

นายซัลลิแวนกล่าวอีกว่า นายไบเดนและนายสียังจะหารือถึงเรื่องไต้หวันและความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ พื้นที่พิพาทที่ปักกิ่งอ้างสิทธิอธิปไตยเหนือพื้นที่ดังกล่าวเป็นวงกว้างทับซ้อนกับหลายชาติในภูมิภาคนี้ นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองจะมุ่งหารือถึงการเปิดช่องทางสื่อสารระหว่างกันไว้ โดยเฉพาะสายด่วนทางทหารระหว่างสองประเทศที่ได้รับการฟื้นกลับมาใช้งานอีกครั้งในปีที่แล้ว

การพบปะหารือครั้งสุดท้ายของไบเดนกับสีมีขึ้นท่ามกลางการคาดหมายว่าสงครามการค้ารอบใหม่และความวุ่นวายทางการทูตจะปะทุขึ้นเมื่อทรัมป์เริ่มรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัย 2 โดยทรัมป์ได้ประกาศกร้าวไว้ตั้งแต่การหาเสียงก่อนคว้าชัยชนะเหนือนางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีและคู่แข่งจากพรรคเดโมแครตไปได้อย่างขาดลอยว่า จะตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในอัตราสูงถึง 60% เพื่อตอบโต้สิ่งที่ทรัมป์กล่าวอ้างว่าเป็นการค้าที่ไม่เป็นธรรมจากจีน

Advertisement

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้แต่งตั้งพวกสายเหยี่ยวหรือบุคคลที่มีท่าทีแข็งกร้าวกับจีนถึง 2 คน อยู่ในทีมงานของตน หนึ่งในนั้นคือ นายมาร์โก รูบิโอ วุฒิสมาชิกรัฐฟลอริดา ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ

ในส่วนภารกิจอื่นก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีไบเดนได้ประชุมหารือไตรภาคีกับประธานาธิบดียุน ซอกยอล ของเกาหลีใต้ และนายชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น โดยไบเดนได้กล่าวกับผู้นำทั้งสองว่าโลกได้มาถึงช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่สำคัญ พร้อมย้ำว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับทั้งสองประเทศนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการตอบโต้ความร่วมมือของเกาหลีเหนือและรัสเซียที่เป็นอันตรายและบั่นทอนเสถียรภาพ ในขณะที่เปียงยางได้ส่งกำลังทหารเข้าไปช่วยรัสเซียสู้รบในยูเครน

นอกจากนี้ ไบเดนกล่าวอีกว่า พันธมิตร 3 ฝ่ายที่เขาเป็นผู้ริเริ่มขึ้นนั้นจะอยู่ตราบนานเท่านาน “นั่นคือความหวังและความคาดหวังของผม” ไบเดนกล่าว

ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดเอเปคลงในวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดีไบเดนยังมีกำหนดจะเดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่ม จี20 ที่นครรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล ในสัปดาห์หน้า ซึ่งเป็นที่คาดหมายว่าการกลับมาครองอำนาจผู้นำสหรัฐอีกครั้งของทรัมป์จะยังคงเป็นเรื่องที่บดบังการประชุมสุดยอดผู้นำเวทีนี้อีกเช่นกัน