‘ไบเดน’ คุย ‘สี’ ครั้งสุดท้ายก่อนอำลาตำแหน่งปธน.สหรัฐ ผู้นำจีนลั่นพร้อมร่วมงานกับ ‘ทรัมป์’
สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ได้พบกับประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐ ในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 31 ที่กรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ตามเวลาท้องถิ่น โดยถือเป็นการพบหารือกันระหว่างประธานาธิบดีสีและประธานาธิบดีไบเดนเป็นครั้งสุดท้าย หลังไบเดนจะลงจากตำแหน่งผู้นำสหรัฐในเดือนมกราคมที่จะถึงนี้
การประชุมนอกรอบดังกล่าวมีขึ้นเป็นเวลา 2 ชั่วโมง โดยถือเป็นการหารือครั้งแรกในรอบ 7 เดือนของทั้งสองผู้นำ โดยประธานาธิบดีสีของจีนและประธานาธิบดีไบเดนของสหรัฐได้จับมือและร่วมหารือกันในหลายประเด็น โดยสีบอกว่าเป้าหมายของทางการจีนที่จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐมีเสถียรภาพนั้นจะไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และจีนพร้อมที่จะทำงานกับรัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐภายใต้การนำของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ เพื่อรักษาการพูดคุย ขยายความร่วมมือและรับมือกับความต่างของทั้งสองประเทศ รวมถึงมุ่งที่จะให้มีการเปลี่ยนผ่านที่ราบรื่นในความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ

ด้านไบเดนกล่าวรู้สึกภาคภูมิใจในความคืบหน้าต่างๆ ที่ทั้งสองได้ทำร่วมกัน จีนและสหรัฐไม่ควรปล่อยให้การแข่งขันใดๆ เหล่านี้กลายเป็นความขัดแย้ง และตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ตนคิดว่าเราพิสูจน์แล้วว่าเรามีความสัมพันธ์นี้ได้ พร้อมทั้งบอกกับสีว่าความสำคัญของการรักษาการพูดคุยระหว่างผู้นำจะยังคงอยู่ต่อไปแม้เขาจะลงจากตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐไปแล้ว
ทั้งไบเดนและสีมีความเห็นตรงกันว่ามนุษย์ควรเป็นผู้ตัดสินใจถึงการใช้อาวุธนิวเคลียร์ ไม่ใช่ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ โดยนี่ถือเป็นครั้งแรกที่จีนและสหรัฐหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดคุย ทั้งสองคนยังพูดคุยถึงเรื่องประเทศเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นพันธมิตรของจีนและได้ส่งทหารจำนวนหนึ่งเข้าไปทำสงครามร่วมกับกองทัพรัสเซียในประเทศยูเครน โดยไบเดนบอกว่าจีนมีจุดยืนว่าสงครามยูเครนไม่ควรลุกลามบานปลาย หรือขยายขอบเขตของสงคราม และการส่งทหารเกาหลีเหนือเข้าไปร่วมรบในสงครามนั้นถือเป็นสิ่งที่ขัดกับจุดยืนดังกล่าว และจีนควรใช้อิทธิพลที่ตนเองมีเพื่อป้องกันไม่ให้สงครามลุกลามบานปลายจากการที่เกาหลีเหนือส่งทหารเข้าไปรบกับยูเครนมากขึ้น

นอกจากนั้น ผู้นำทั้งสองประเทศได้หารือกันในเรื่องไต้หวัน โดยไบเดนเรียกร้องให้ทางการจีนยุติกิจกรรมทางทหารที่ถือเป็นการทำลายเสถียรภาพรอบๆ เกาะไต้หวัน ด้านสีกล่าวว่าการกระทำของประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อของไต้หวันเพื่อให้ไต้หวันมีเอกราชนั้นขัดแย้งกับสันติภาพและเสถียรภาพในพื้นที่
สหรัฐและจีนมีความขัดแย้งกันในเรื่องการค้า โดยประธานาธิบดีไบเดนของสหรัฐได้ออกมาตรการต่างๆ ในเรื่องการค้า อาทิ แผนการจำกัดการลงทุนของสหรัฐในด้านปัญญาประดิษฐ์ของจีนและเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงจำกัดการส่งออกชิปคอมพิวเตอร์ขั้นสูง โดยไบเดนบอกว่ามาตรการเหล่านั้นจำเป็นต่อความมั่นคงของสหรัฐและไม่ได้เป็นการขัดขวางการค้าส่วนใหญ่ ส่วนประธานาธิบดีสีของจีนบอกว่าไม่มีหลักฐานใดที่สนับสนุนแนวคิดที่ว่าจีนมีส่วนเกี่ยวข้องในการโจมตีทางไซเบอร์ และสหรัฐไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องข้อพิพาทหมู่เกาะสแปรตลี ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทระหว่างจีนและฟิลิปปินส์ในทะเลจีนใต้


