หน้าแรก ต่างประเทศ ชาวฮ่องกงรอหน...

ชาวฮ่องกงรอหน้าศาล ฟังคำตัดสินนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย 47 ราย ข้อหากบฏ

19.11.24 | 10:26 น.
AFP

ชาวฮ่องกงรอหน้าศาล ฟังคำตัดสินนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย 47 ราย ข้อหากบฏ

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ชาวฮ่องกงจำนวนหลายร้อยคนรวมตัวกันหน้าศาลที่ฮ่องกง ก่อนที่ศาลจะอ่านคำพิพากษาตัดสินโทษนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย 45 คน ในคดีที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเรื่องนี้ได้รับการวิจารณ์อย่างมากจากนานาชาติ ด้วยเหตุว่าเป็นการสร้างความเสียหายต่อขบวนการประชาธิปไตยในฮ่องกงที่เคยมีบทบาทอย่างมากในอดีต

เมื่อปี 2021 ทางการจีนจับกุมนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยทั้งหมด 47 ราย และตั้งข้อหาว่าพวกเขาสมคบกันก่อกบฏ ซึ่งเป็นการขัดต่อกฎหมายความมั่นคงของจีน อีกทั้งข้อหาดังกล่าวยังเกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งเพื่อคัดเลือกผู้สมัครสำหรับการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติอย่างไม่เป็นทางการในปี 2020 ด้วย

นักเคลื่อนไหวเผชิญกับข้อกล่าวหาที่ว่า พวกเขาเป็นผู้สมคบคิดในการวางแผนที่จะทำให้เกิดความล้มเหลวในรัฐบาล โดยหากพวกเขาได้รับการเลือกตั้งเข้ารับตำแหน่งอาจจะทำให้เกิดความวุ่นวายได้

เพื่อรับมือกับการรวมตัวในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกงตั้งแนวรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดรอบอาคารศาลแขวงเกาลูนตะวันตก ขณะที่ประชาชนที่มาให้กำลังใจผู้ต้องหาต่อแถวยืนถือร่มในระหว่างที่ฝนกำลังตกปรอยๆ เพื่อหาที่นั่งในห้องพิจารณาคดีและห้องสำรองด้วย

Advertisement

ประชาชนรายหนึ่งที่ใส่แมสก์สีดำปิดบังใบหน้าวัย 59 ปี ที่มาต่อแถวรอตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 17 พฤศจิกายน กล่าวว่า ฉันรู้สึกว่าความอยุติธรรมครั้งนี้จำเป็นต้องมีพยานรับรู้ และนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยต้องรับรู้ว่ามีคนสนับสนุนพวกเขาอยู่

หลังจากการพิจารณาคดีเป็นเวลา 118 วัน นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย 14 ราย ถูกตัดสินว่ามีความผิดในเดือนพฤษภาคม ซึ่งรวมถึงนายกอร์ดอน เอ็นจี ที่เป็นบุคคลสัญชาติออสเตรเลีย และนายโอเวน เฉา ขณะที่มีผู้ถูกยกฟ้อง 2 ราย ในขณะเดียวกัน นักเคลื่อนไหวอีก 31 คน รับสารภาพผิด ซึ่งรวมถึงนายโจชัว หว่อง นักศึกษา และเบนนี ไท่ นักวิชาการชื่อดังอีกด้วย โดยโทษที่พวกเขาจะได้รับอาจจะเป็นการต้องถูกจำคุกหลายปี ไปจนถึงตลอดชีวิต

เหตุการณ์นี้ส่งผลให้สหรัฐออกมาวิจารณ์ว่า การพิจารณาของศาลนั้นมีแรงจูงใจทางการเมือง และนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยควรได้รับการปล่อยตัว เนื่องจากการประท้วงอย่างสันติเป็นเรื่องที่ถูกกฎหมาย