เครมลินกร้าว! พร้อมตอบโต้ หากยูเครนใช้ขีปนาวุธมะกันถล่มรัสเซีย
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ทำเนียบเครมลินของรัสเซียกล่าวหาว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา ได้ทำให้สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนลุกลามบานปลาย จากการที่อนุญาตให้ยูเครนใช้ระบบขีปนาวุธเชิงยุทธวิธี (ATACMS) ของกองทัพสหรัฐซึ่งมีพิสัยการยิงไกลใช้โจมตีเข้าไปในดินแดนของรัสเซียได้ โดยทางการรัสเซียยืนกรานว่าจะมีการตอบโต้กลับหากยูเครนใช้ขีปนาวุธดังกล่าวโจมตีเป้าหมายของรัสเซีย
กองทัพยูเครนต้องการให้สหรัฐอนุญาตให้ใช้ขีปนาวุธพิสัยไกล ATACMS โจมตีเป้าหมายทางทหารในดินแดนของรัสเซียมานานแล้ว หลังกองทัพรัสเซียกำลังสร้างแรงกดดันให้แก่กองทัพยูเครนมากที่สุดนับตั้งแต่สงครามดังกล่าวเปิดฉากขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2022 โดยการตัดสินใจของสหรัฐที่อนุญาตให้ยูเครนใช้ขีปนาวุธดังกล่าวมาจากความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับรายงานว่าเกาหลีเหนือได้ส่งทหารราว 10,000 นายไปช่วยรัสเซียสู้รบกับยูเครน
นายอังเดร ซิบิก้า รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน กล่าวถึงการอนุญาตใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลของสหรัฐว่าอาจเป็น “ตัวพลิกเกม” และยิ่งยูเครนสามารถโจมตีรัสเซียได้ไกลขึ้น สงครามนี้ก็จะยุติลงเร็วขึ้นเช่นกัน เพราะการใช้ขีปนาวุธ ATACMS อาจส่งผลเชิงบวกต่อสถานการณ์ในสนามรบตอนนี้
อย่างไรก็ตาม นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลินของรัสเซีย กล่าวว่า เป็นที่แน่ชัดว่ารัฐบาลของสหรัฐอเมริกาที่กำลังจะหมดวาระมีเจตนาที่จะเติมเชื้อไฟและยุยงให้สถานการณ์ลุกลามบานปลายออกไป นอกจากนั้น นายเปสคอฟระบุอีกว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้บอกจุดยืนของรัสเซียอย่างชัดเจนแล้วเมื่อเดือนกันยายนว่า การใช้ขีปนาวุธ ATACMS จะทำให้องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เข้ามาทำสงครามกับรัสเซีย และหากยูเครนโจมตีรัสเซียด้วยขีปนาวุธพิสัยไกล รัสเซียจะทำการตัดสินใจอย่างเหมาะสม
“การที่ยูเครนใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลโจมตีดินแดนของเราจะถือว่าสหรัฐอเมริกาเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงและมีความมุ่งร้ายต่อรัสเซีย” กระทรวงต่างประเทศรัสเซียระบุในถ้อยแถลง โดยให้คำมั่นว่าจะมีการตอบโต้อย่างเหมาะสมและชัดเจนหากยูเครนใช้ขีปนาวุธดังกล่าวโจมตี

