หน้าแรก ต่างประเทศ เปิดประวัตินั...

เปิดประวัตินักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยฮ่องกง โดนกฎหมายความมั่นคงเล่นงานยกเข่ง

19.11.24 | 16:30 น.
AP

เปิดประวัตินักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยฮ่องกง โดนกฎหมายความมั่นคงเล่นงานยกเข่ง

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน นักเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อประชาธิปไตยจำนวนมากถูกพิพากษาให้ต้องโทษในคดีที่ใหญ่ที่สุดภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฮ่องกงและได้มีนักวิจารณ์หลายคนยังกล่าวอีกว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองแบบกึ่งการปกครองตนเองในเมืองจีนนั้นจะต้องถูกกำจัด

การตักสินจำคุกของนักเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้ง 45 คน ภายใต้กฎหมายที่ถูกบังคับของปักกิ่ง ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการปราบปรามขั้นรุนแรงของจีนซึ่งก็ได้ทำลายความหวังที่จะเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นของฮ่องกง นอกจากนั้นยังจำคุกพวกเขาตลอดชีวิต

เหล่านักเคลื่อนไหวในบรรดาทั้งหมด 47 คน  ได้ถูกตั้งข้อหาสบคบคิดในการก่อการกบฎในปี 2564 เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการเพื่อเลือกผู้สมัครที่ต่อต้านกับรัฐบาล นอกจากนี้พวกเขายังถูกกล่าวหาว่า สนับสนุนการยับยั้งงบประมาณที่ทางรัฐบาลได้เสนอยื่นหลังจากได้รับเสียงข้างมากในสภานิติบัญญัติ ซึ่งถือว่าเป็นการทำลายระบบนิติบัญญัติของประเทศ และได้คุกคามตำแหน่งผู้นำประเทศด้วย

เหล่าผู้พิพากษา แต่งตั้งโดยรัฐบาลทั้ง 3 คนนั้น ได้ตัดสินว่าแผนการที่จะบรรลุเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองผ่านการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการในปี 2563 นั้นจะไปลดอำนาจของตัวรัฐบาลและไปทำให้เกิดวิกฤตการณ์ทางรัฐธรรมนูญ

Advertisement

นักเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งหมด 31 คนรับสารภาพผิดและอีก 14 คนนั้นได้ถูกตัดสินว่ามีความผิดหลังจากการพิจารณาคดีในเดือนพฤษภาคม แต่ถึงอย่างนั้นก็มี 2 คนได้รับการตัดสินให้พ้นผิดและสำหรับคนที่มาสารภาพผิดจะได้รับโอกาสในการลดโทษจำคุกลง โดยนักเคลื่อนไหวทางการเมืองบางคนที่ถูกตัดสินจำคุกได้พยายามขอลดโทษโดยการแสดงสำนึกผิดและขอโทษ ในขณะที่บางคนนั้นยังคงไม่ยอม

ประวัติโดยย่อของแกนนำนักเคลื่อนไหวทางการเมือง

เบนนี่ ไต (Benny Tai)

เขานั้นเป็นรองศาสตราจารย์ด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยฮ่องกง ได้เข้าร่วมการประท้วงการต่อต้านรัฐบาลในปี 2562 ได้ร่วมการจัดการเลือกตั้งขั้นต้นโดยมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 610,000 คน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 13 ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมดในเมือง โดยขั้นต้นนั้นมีจุดประสงค์ที่จะเลือกผู้ลงสมัครที่สนับสนุนประชาธิปไตย ที่หลังจากนั้นจะเป็นผู้ลงสมัครอย่างเป็นทางการ

ผู้พิพากษากล่าวว่า ไต นั้นได้ระบุว่าการที่ได้รับเสียงข้างมากในสภานิติบัญญานั้นคือ “อาวุธทำลายล้างรัฐธรรมนูญ” ที่จะช่วยให้กลุ่มผู้สนับสนุนประชาธิปไตรนั้นไปยังยั้งงบประมาณของรัฐบาลได้ ภายใต้กฎหมายขั้นพื้นฐานของเมืองหรือรัฐธรรมนูญฉบับย่อนั้น ผู้นำเมืองสามารถยุบสภานิติบัญญัตได้ถ้าหากงบประมาณไม่ผ่าน แต่นั้นก็หมายถึงผู้นำนั้นจะต้องลงจากตำแหน่งถ้าหากงบประมาณนั้นถูกขัดขวางโดยสภานิติบัญญัติชุดต่อไปอีกครั้ง

พวกเขายังกล่าวอีกว่า ไต นั้นมีจุดประสงค์ที่จะทำลายระบบและโครงสร้างทางการเมืองของฮ่องกงที่มีอยู่นี้

นอกจากนี้ ไต ก็ได้รับสารภาพข้อกล่าวหาและทนายของเขานั้นก็ได้เรียกร้องให้ลดโทษให้เขาและยังกล่าวอีกว่า ไต นั้นไม่เคยที่จะสนับสนุนความรุนแรงและเชื่อว่าการการะทำของเขานั้นถูกต้องตามกฎหมาย

แต่ถึงอย่างนั้น ไต ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นภัยทางการเมืองอย่างเสมอมา เนื่องจากเขานั้นเป็นสมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาที่ช่วยในเรื่องของการรวบรวมความคิดเห็นในการร่างกฎหมายขั้นพื้นฐานก่อนที่เมืองขึ้นของอังกฤษในอดีตจะกลับคืนสู่การปกครองของจีนในปี 2540

ในปี 2544 รัฐสภาได้มอบเหรียญเกียรติยศสำหรับการสนับสนุนการศึกษาพลเมืองแก่เขา แต่ถึงอย่างนั้นก็ได้ถูกถอดถอนให้หลังในปี 2564

ไตนั้นอาจเป็นที่รู้จักในการเป็นผู้ร่วมก่อตั้งของการเคลื่อนไหว “Occupy Movement” ซึ่งเป็นช่วงที่เหล่าผู้ประท้วงได้ยึดถนนและทำให้เกิดการจราจรติดขัดในบางพื้นที่เกือบ 80 วัน ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเลือกตั้งโดยตรงของผู้นำเมือง

โจชัว หว่อง “Joshua Wong”

เขานั้นได้มามีชื่อเสียงในฮ่องกงในปี 2555 ในฐานะนักเรียนมัธยมปลายที่นำการประท้วงการต่อต้านสถาบันการศึกษาระดับประเทศตามโรงเรียนต่างๆในเมือง และ 2 ปีต่อมา เขาก็กลายเป็นคนดังระดับโลกในฐานะแกนนำการเคลื่อนไหว “Occupy Movement”

ในปี 2559 หว่องได้ร่วมก่อตั้งพรรคการเมืองในชื่อ “เดโมซิสโต” หรือ “Demosisto” พร้อมเพื่อนนักเคลื่อนไหวรุ่นใหม่ อย่าง นาธาน หลอ (Nathan Law) และ แอกเนส โจว (Agned Chow) และในการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในปี 2562 หว่องได้ช่วงหาผู้สนับสนุนจากต่างประเทศสำหรับการประท้วง ซึ่งการเรียกร้องของเขานั้นได้ทำให้ปักกิ่งเรียกเขาว่าผู้สนับสนุนความเป็นเอกราชของฮ่องกง “ที่เรียกร้องการแทรกแซงกองกำลังต่างชาติ”

พรรคการเมืองเดโมซิสโตได้ถูกยุบพรรคลงตอนที่ปักกิ่งบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงในปี 2563 ถึงแม้หว่องจะชนะการเลือกตั้งขั้นต้นแต่ทางรัฐบาลนั้นก็ได้เลื่อนการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยอ้างถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชนช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค COVID-19

หว่อง ได้รับสารภาพผิดและได้ขอลดโทษ นอกจากนี้ทนายของเขากล่าวว่า หว่อง ยังคงหวังว่า “เขาสามารถเปิดเผยเรื่องราวในอดีตของเขาและจะสามารถกลับตัวกลับใจใหม่ได้”

หวู่ ชื่อ เหว่ย “Wu Chi-wai”

เขานั้นเป็นอดีตหัวหน้าพรรคการเมืองสนันสนุนประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกงอย่าง อย่างพรรคประชาธิปัตย์ “the Democratic Party” ซึ่งนักเคลื่อนไหวบางคนมองว่าพรรคนี้มีความเป็นกลางเกินไป และในปี 2549 ทางรัฐบางได้มอบเหรียญเกียรติยศให้กับเขาสำหรับการบริการชุมชน

หวู่ได้รับสารภาพผิดและตัวทนายของเขาได้กล่าวว่า หวู่ นั้นได้ทำงานเกี่ยวกับราชการมานานมากกว่า 30 ปี นอกจากนี้ทั้งเขาและพรรคไม่ได้ใช้อำนาจในการยับยั้งงบประมาณโดยไม่เลือกปฎิบัติแต่อย่างใด นอกจากนี้เจ้าหน้าที่รัฐบาลเก่า 3 คนก็ได้เขียนจดหมายลดโทษให้กับเขาอีกด้วย

ในช่วงที่เขาถูกกักขัง พ่อและแม่ของเขาก็ได้จากไปซึ่งเขาทำได้แค่เข้าร่วมงานศพในเพียงระยะเวลาสั้นๆ

กอร์ดอน เอิ่ง (Gordon Ng)

เขานั้นมีสัญชาติออสเตรเลียและฮ่องกง ในตอนแรกนั้นอัยการได้แต่งตั้งให้เขานั้นเป็นผู้จัดการเลือกตั้ง แต่เขาก็ได้ปฎิเสธไปและเขาก็ปฎิเสธข้อกล่าวหาอีกด้วย

เหล่าผู้พิพากษาได้ยอมรับคำตัดสินว่าเขานั้นไม่ได้เป็นผู้วางแผนและไม่ใช่ผู้สมัครลงเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามพวกเขาได้ชี้ไปที่แคมเปญของเขาที่กระตุ้นให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนสนับสนุนผู้ชนะผ่านทางสื่อโซเชี่ยวมีเดียและโฆษณาหน้าแรกในของหนังสือพิมพ์  Apple Daily ที่สร้างโดย จิมมี่ เล

เพื่อที่จะขอลดโทษ เอิ่งได้กล่าวว่าการสนับสนุนการเลือกตั้งขั้นต้นนั้นเชื่อมโยงกับความเชื่อของเขาที่ไปช่วยแก้ปัญหาความแตกต่างภายในกลุ่มสนับสนุนประชาธิปไตย ซึ่งเจอกับปัญหาการทะเลาะกันมาอย่างยาวนาน เขายังกล่าวอีกว่าเขาไม่เคยขอให้ผู้สมัครลงเลือกตั้งให้คำสัญญาว่าจะยังยั้งงบประมาณหรืออย่างใดเลย