เยอรมนี-ฟินแลนด์ หวั่นวินาศกรรม เหตุสายเคเบิลใต้ทะเลบอลติก ถูกตัดขาด
เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จากการเปิดเผยของหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องระบุว่าเกิดเหตุสายเคเบิลใยแก้วนำแสงสำหรับการสื่อสารจำนวน 2 เส้นใต้ทะเลบอลติก ซึ่งเส้นหนึ่งนั้นเชื่อมสัญญาณระหว่างประเทศฟินแลนด์และเยอรมนีได้ถูกตัดขาดซึ่งต้องสงสัยว่าน่าจะเป็นฝีมือของตัวแสดงที่ประสงค์ร้ายหรือคือการก่อวินาศกรรม
จากการเปิดเผยของ Cinia บริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และโทรคมนาคมของฟินแลนด์ระบุว่า สายเคเบิลใต้ทะเลที่เชื่อมระหว่างกรุงเฮลซิงกิของฟินแลนด์กับเมืองท่ารอสต็อกของเยอรมนี มีความยาว 1,200 กม. ได้หยุดทำงานลงเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น.ของวันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน ตามเวลาสากล
ขณะที่บริษัท Telia Lietuva ในเครือกลุ่มบริษัท Telia Company ของสวีเดน เปิดเผยว่า สัญญาณอินเตอร์เน็ตที่เชื่อมระหว่างประเทศลิทัวเนียกับเกาะก็อตแลนด์ของสวีเดน ที่มีระยะทาง 218 กม.นั้นไม่สามารถใช้งานได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 08.00 น.ของวันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน ตามเวลาสากล
ก่อนที่ฟินแลนด์และเยอรมนีจะออกแถลงการณ์ร่วมกันในเวลาต่อมาว่า ทั้งสองประเทศต่างมีความกังวลเป็นอย่างยิ่งเกี่ยวกับสายเคเบิลใต้ทะเลที่ถูกตัดขาดและได้เปิดการสอบสวนเหตุการณ์ที่ขึ้นในทันทีซึ่งต้องสงสัยว่ามีการทำให้เสียหายโดยเจตนา อีกทั้งระบุด้วยว่าความมั่นคงของยุโรปถูกคุกคามจากการทำสงครามของรัสเซียกับยูเครนและการทำสงครามแบบผสมผสานโดยตัวแสดงที่มุ่งร้าย ทว่าถ้อยแถลงนี้ไม่ได้เอ่ยชื่อว่าตัวแสดงที่อ้างถึงเป็นใคร
ด้านอารี-ยุสซี คนาอาปิลา ประธานฝ่ายบริหารของ Cinia กล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสายเคเบิลใยแก้วที่เชื่อมระหว่างฟินแลนด์กับเยอรมนี เกิดขึ้นใกล้กับปลายสุดตอนใต้ของเกาะโอลันด์ ในประเทศสวีเดน และอาจต้องใช้เวลาในการซ่อมแซมนานถึง 5-15 วัน
ทั้งนี้ทะเลบอลติกตั้งอยู่ในยุโรปตอนเหนือ เป็นเส้นทางเดินเรือเชิงพาณิชย์และล้อมรอบด้วย 9 ประเทศ รวมถึงรัสเซีย
ในปีที่แล้วได้เกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ที่ท่อส่งก๊าซใต้ทะเลและสายเคเบิลโทรคมนาคมหลายสายที่มีการวางอยู่ใต้ทะเลบอลติกได้ถูกทำลายจนได้รับความเสียหายรุนแรงเมื่อปี 2023 เหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งสัญญาณเตือนขึ้นในภูมิภาค อย่างไรก็ดี ทีมสอบสวนในกรณีนี้ในฟินแลนด์และเอสโตเนียระบุอ้างถึงเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ของจีนลำหนึ่งที่พวกเขาเชื่อว่าได้ลากสมอและสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้น แต่ไม่ได้มีการระบุว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอุบัติเหตุหรือจงใจให้เกิดขึ้น
ขณะที่ในปี 2022 ได้เกิดเหตุท่อส่งก๊าซ Nord Stream ที่เชื่อมระหว่างรัสเซียกับเยอรมนีในทะเลบอลติกได้ถูกระเบิดโจมตีจนเสียหาย ซึ่งกรณีนี้ทางการเยอรมนียังคงทำการสอบสวนหาต้นตอการก่อเหตุอยู่

