‘เมียนมา’ ยืนหนึ่ง ประเทศที่มีเหยื่อถูกทุ่นระเบิดสังหารดับมากที่สุดในโลก
เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน กลุ่มรณรงค์ระหว่างประเทศเพื่อห้ามทุ่นระเบิด (ICBL) ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชน เผยแพร่รายงานการติดตามสถานการณ์เรื่องทุ่นระเบิดระบุว่า ในปี 2566 เมียนมาเป็นประเทศที่มีเหยื่อถูกสังหารหรือได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดและอาวุธที่ยังไม่ระเบิดมากที่สุดในโลก โดยมีผู้บาดเจ็บเสียชีวิตรวมกันในเมียนมามากกว่า 1,000 ราย ตามด้วยซีเรีย 933 ราย อัฟกานิสถาน 651 ราย และยูเครน 580 ราย
จากยอดเหยื่อผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดและเศษซากระเบิดจากสงครามทั่วโลกที่มีรายงานในช่วงปีดังกล่าวรวมกันอย่างน้อยกว่า 5,757 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้เสียชีวิต 1,983 ราย และได้รับบาดเจ็บ 3,663 ราย และในจำนวนผู้บาดเจ็บเสียชีวิตนั้นเป็นพลเรือนมากถึง 84%

ICBL ระบุว่ารัฐบาลทหารเมียนมาได้ใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ในขณะที่พื้นที่โดยรอบโครงสร้างพื้นฐานเช่น หอส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือและท่อส่งน้ำมันยังมักตกเป็นเป้าหมายของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารบ่อยครั้งด้วย
ICBL ระบุอีกว่าทางองค์กรยังได้เห็นหลักฐานที่กองกำลังรัฐบาลทหารเมียนมาบังคับให้พลเรือนเดินนำหน้าหน่วยทหารของตนเพื่อเคลียร์พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากทุ่นระเบิด นอกจากนี้ยังได้ทำการตรวจสอบภาพถ่ายที่ระบุว่าทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่ผลิตโดยเมียนมาถูกกองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารยึดไว้ได้ทุกเดือนระหว่างเดือนมกราคมปี 2565 ถึงเดือนกันยายนปี 2567 ในแทบทุกพื้นที่ของประเทศ
ทั้งนี้ เมียนมาติดหล่มความขัดแย้งมานานหลายทศวรรษระหว่างกองทัพเมียนมากับกองกำลังชาติพันธุ์ที่ได้วางทุ่นระเบิดสังหารและอาวุธต่างๆ ไปทั่วและความรุนแรงยังถูกซ้ำเติมหนักหลังเกิดเหตุรัฐประหารยึดล้มรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจี และการกำเนิดขึ้นของกองกำลังพิทักษ์ประชาชน (พีดีเอฟ) ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของพลเรือนต่อต้านรัฐประหารที่จับอาวุธขึ้นสู้กับรัฐบาลทหารเมียนมา
ขณะที่ข้อมูลของ ICBL ก่อนหน้านี้ระบุว่าในปี 2565 มีบาดเจ็บผู้เสียชีวิตจากทุ่นระเบิดสังหารและเศษซากระเบิดจากสงครามในทั่วโลกรวมกันเป็นจำนวนอย่างน้อยกว่า 4,710 ราย เป็นผู้เสียชีวิต 1,661 ราย และเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บ 3,015 ราย

