สำนักข่าวเอพีรายงานว่า พายุบอมบ์ไซโคลนได้เข้ากวาดล้างบริเวณพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐ ส่งผลให้เกิดพายุลมและฝนตกหนัก ซึ่งทำให้ไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้างและหลายโรงเรียนได้ปิดพักการสอน อีกทั้งต้นไม้ที่โค่นล้มลงมานั้นคร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว 2 ราย เมื่อวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายนตามเวลาท้องถิ่น
หน่วยดับเพลิงเขตปกครองตอนใต้ออกแถลงว่า ต้นไม้ได้หักโค่นทับบ้านเรือนไปจำนวนมากและล้มเกลื่อนกลาดไปตามถนนทางตะวันตกของรัฐวอชิงตัน นอกจากนี้ในเมืองลินน์วูดก็ได้พบร่างผู้เสียชีวิตหญิงที่ถูกต้นไม้ขนาดใหญ่โค่นทับ ขณะที่อยู่ศูนย์พักพิงของผู้ไร้บ้านเมื่อช่วงค่ำของวันอังคารที่ผ่านมา และในเมืองเบลเลอวูทางตะวันออกของเมืองซีแอตเทิล ได้มีต้นไม้หล่นทับบ้าน 1 หลังคาเรือนและคร่าชีวิตผู้หญิงไปอีก 1 รายเมื่อช่วงค่ำของวันอังคารเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้เว็บไซต์ PowerOutage.us ได้ระบุว่า มีการร้องเรียนเรื่องไฟฟ้าที่ขัดข้องเป็นจำนวนมากเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 19 พฤศจิกายน แต่ก็ได้ลดลงอย่างต่อเนื่องเหลือประมาณ 460,000 รายการร้องเรียนภายในช่วงบ่ายของวันถัดมา ทั้งนี้ โรงเรียนหลายแห่งในตัวเมืองของซีแอตเทิลจำเป็นต้องปิดการเรียนการสอนไปก่อนชั่วคราว
โดยทางกรมอุตุวิทยาของสหรัฐประกาศว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดฝนตกหนักไปจนถึงวันที่ 22 พฤศจิกายน ยังมีคำเตือนถึงระดับความแรงลมของพายุเฮอร์ริเคนที่จะเกิดขึ้น ขณะที่กระแสน้ำในแคลิฟอร์เนียและแปซิฟิกนอร์ทเวสต์มีความชื้นสูงสุดในรอบฤดูกาล โดยความปั่นป่วนของพายุที่เกิดขึ้นนั้นอยู่ในระดับที่เรียกว่าบอมบ์ไซโคลน ที่จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อความรุนแรงของพายุไซโคลนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ได้มีการประกาศแจ้งเตือนให้เฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลัน หินถล่ม ตะกอนไหลหลาก และพายุฤดูหนาวที่ก่อให้เกิดพายุลมกระโชกแรงและหิมะตกที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในบางพื้นที่

