
เคียฟโวย รัสเซียยิงขีปนาวุธข้ามทวีป โจมตียูเครนครั้งแรก หมีขาวยังนิ่ง
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างกองทัพอากาศยูเครนแถลงอ้างว่ารัสเซียได้ยิงขีปนาวุธข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) โจมตีดินแดนยูเครนในวันพฤหัสบดี (21 พ.ย.) นี้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่รัสเซียได้ใช้ขีปนาวุธทรงอานุภาพเช่นนี้ที่มีขีดความสามารถในการติดหัวรบนิวเคลียร์และมีพิสัยทำการระยะไกลนับหลายพันกิโลเมตรในการโจมตียูเครนนับตั้งแต่สงครามสู้รบระหว่างสองชาติเปิดฉากขึ้น
“ขีปนาวุธข้ามทวีปถูกยิงมาจากภูมิภาคอัสตราคานของสหพันธรัฐรัสเซีย” กองทัพอากาศยูเครนอ้าง พร้อมระบุอีกว่าการโจมตีด้วยขีปนาวุธของรัสเซียมุ่งเป้าไปที่หน่วยงานและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในเมืองดนีโปร ที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ทว่ากองทัพอากาศยูเครนไม่ได้ระบุว่าขีปนาวุธข้ามทวีปที่ยิงโจมตีเข้ามาโดนตรงเป้าหมายหรือก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นหรือไม่
แต่นายเซอร์กี ลีซัก ผู้ว่าการแคว้นดนีโปร กล่าวว่า การโจมตีด้วยขีปนาวุธดังกล่าวได้สร้างความเสียหายให้กับองค์กรอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งและทำให้เกิดไฟไหม้ขึ้นในเมืองดนีโปร ซึ่งมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย

นอกจากนี้รัสเซียยังยิงขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง “คินชาล” 1 ลูก และขีปนาวุธร่อน Kh-101 อีก 7 ลูก โจมตียูเครนด้วย แต่ขีปนาวุธร่อน 6 ลูกในนั้นถูกสอยร่วงไป
ด้านรัสเซียที่เปิดฉากสงครามบุกรุกรานยูเครนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2022 ยังไม่ได้ออกมาแสดงท่าทีใดๆ ต่อการแถลงอ้างข้างต้นของฝ่ายยูเครน
ทั้งนี้ขีปนาวุธข้ามทวีป หรือไอซีบีเอ็ม ของรัสเซียเป็นอาวุธทางยุทธวิธีที่ได้รับการออกแบบมาให้ติดหัวรบนิวเคลียร์เพื่อใช้ในการโจมตีได้และเป็นส่วนสำคัญของการป้องปรามนิวเคลียร์ของรัสเซีย
การกล่าวอ้างของทางการเคียฟว่ารัสเซียใช้ขีปนาวุธข้ามทวีปทรงพลานุภาพในการโจมตียูเครนเป็นครั้งแรกนั้นยังมีขึ้นหลังจากกองทัพยูเครนยิงขีปนาวุธพิสัยไกล ATACMS ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาโจมตีในดินแดนรัสเซียเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สองวันหลังจากได้รับไฟเขียวจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน ให้ใช้ขีปนาวุธดังกล่าวของสหรัฐโจมตีในรัสเซียได้
และมีขึ้นหลังจากยูเครนได้ยิงขีปนาวุธ “สตอร์ม แชโดว์” ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหราชอาณาจักร โจมตีใส่รัสเซียที่แคว้นคูร์สค์ไปเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบที่ทวีความตึงเครียดหนักขึ้นจนหวั่นลุกลามบานปลายมากยิ่งขึ้นในสัปดาห์นี้ขณะที่สงครามสู้รบรัสเซีย-ยูเครนยืดเยื้อมาครบ 1,000 วันแล้วเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
