ยูเครนศึกษาซากขีปนาวุธหมีขาวรุ่นใหม่ ‘โอเรชนิค’ จากการโจมตีดนีโปร
ยูเครนกำลังศึกษาเศษซากขีปนาวุธพิสัยกลางรุ่นใหม่ของรัสเซียที่มีชื่อเรียกว่า โอเรชนิค ที่แปลว่าต้นฮาเซล ซึ่งเหลือจากการโจมตีเมืองดนีโปรเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นครั้งแรกที่อาวุธประเภทนี้ถูกใช้ตั้งแต่ที่สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนเริ่มต้นขึ้น
ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ชิ้นส่วนเศษซากที่ไหม้เกรียมถูกวางเรียงกันที่ศูนย์วิจัยพิสูจน์อาวุธ และผู้เชี่ยวชาญของยูเครนกำลังศึกษาเศษซากเหล่านี้เพื่อหาข้อมูลในเรื่องการดำเนินการทหารของรัสเซีย การผลิตอาวุธ รวมถึงการค้นหามาตรการป้องกันด้วย โดยขีปนาวุธโอเรชนิคสามารถยิงได้ไกลถึง 5,500 กิโลเมตร
ผู้เชี่ยวชาญเปิดเผยเพียงว่า ขีปนาวุธนี้เป็นขีปนาวุธประเภทบินและการโจมตีส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อพลเรือนเท่านั้น ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญรายหนึ่งกล่าวว่า การศึกษาขีปนาวุธชนิดนี้จำเป็นต้องใช้เวลาและต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ นี้เป็นแค่ข้อสรุปเบื้องต้นเท่านั้น อีกทั้งผู้เชี่ยวชาญอีกรายเปิดเผยว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เศษซากของขีปนาวุธนี้ถูกพบในดินแดนของยูเครน
ในด้านนายโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวว่า การใช้อาวุธดังกล่าวเป็นการยกระดับความรุนแรงและขอให้พันธมิตรของยูเครนโต้ตอบการโจมตีของรัสเซียในครั้งนี้ โดยยูเครนเคยระบุไว้ว่าขีปนาวุธโอเรชนิคดูเหมือนว่าจะเป็นขีปนาวุธข้ามทวีป
ขณะที่กองทัพทหารสหรัฐระบุว่า การออกแบบขีปนาวุธดังกล่าวมีพื้นฐานมาจากการผลิตขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป อาร์เอส-26 รูเบซ และขีปนาวุธประเภทใหม่นี้เป็นเพียงแค่แบบทดลอง ซึ่งรัสเซียครอบครองอาวุธเหล่านี้จำนวนไม่มาก

