หน้าแรก ต่างประเทศ เปิดบันทึก เต...

เปิดบันทึก เตช บุนนาค ตามหาเอกสาร ร.4 ถึงทูตไทยในปารีส ยังหวังไม่โดนไฟไหม้ปี 2503

25.11.24 | 16:56 น.
เตช บุนนาค (แฟ้มภาพ) และหนังสือ Siam's Foreign Relations in the Reign of King Mongkut, 1851-1868 | Neon Snidvongs

เปิดบันทึก เตช บุนนาค ตามหาต้นฉบับสมุดไทยดำ เอกสาร ร.4 ส่งทูตไทยในปารีส ยังหวังไม่ถูกไฟไหม้วอดปี 64 ปีก่อน วิงวอนหอสมุดแห่งชาติเพียรค้นต่อ ยัน สำคัญยิ่งต่อปวศ.การทูต ข้อมูลลึกซึ้งอัศจรรย์ เคลียร์ภูมิหลังบริบทการต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการเปิดเผยเอกสาร ‘บันทึกงานเปิดตัวหนังสือและการเสวนาเรื่อง Siam’s Foreign Relations in the Reign of King Mongkut, 1851-1868’ ซึ่งจัดโดยศูนย์ศึกษาการต่างประเทศ (International Studies Centre: ISC)  กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2566 ที่ห้องสุรศักดิ์บอลรูม 1 โรงแรมอีสตินแกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ  เนื่องในโอกาสการจัดพิมพ์หนังสือ Siam’s Foreign Relations in the Reign of King Mongkut, 1851-1868 หรือ วิเทศสัมพันธ์ของสยามในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ค.ศ.1851-1868 ผลงาน พลตรีหญิง ท่านผู้หญิง นิออน สนิทวงศ์ ณ อยุธยา โดยนำมาจากวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกที่เสนอต่อ School of Oriental and African Studies มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในชื่อ ‘The Development of Siamese Relations with Britain and France in Reign of Maha Mongkut 1851-1868 เมื่อ ค.ศ. 1960 ตรงกับ พ.ศ.2503

บันทึกเสวนาข้างต้นได้รับการเผยแพร่เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หรือราว 1 ปีหลังงานดังกล่าว โดยระบุถึงคำกล่าวของบุคคลต่างๆ ที่ร่วมเสวนา ได้แก่ ดร. อนุสนธิ์ ชินวรรโณ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการต่างประเทศ, ศาสตราจารย์ ดร. สุเนตร ชุตินธรานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์พหุวัฒนธรรมศึกษาและนวัตกรรมทางสังคม สถาบันเอกเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรองศาสตราจารย์ ดร. ชัชพล ไชยพร รองคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึง นายเตช บุนนาค ประธานกรรมการที่ปรึกษา ศูนย์ศึกษาการต่างประเทศ และเลขาธิการสภากาชาดไทย

ในตอนหนึ่งของบันทึก ระบุว่า นายเตช บุนนาค ได้กล่าวถึงการตามหาต้นฉบับ ‘สมุดไทยดำ เลขที่ 1228/170’ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีถึง พระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค)  ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อแรม 13 ค่ำ เดือน 3 จุลศักราช 1228 ตรงกับเดือนมีนาคม พ.ศ.2410 ในช่วงปลายรัชกาลที่ 4 โดยเอกสารดังกล่าว ถูกอ้างถึงในวิทยานิพนธ์ดังกล่าวซึ่งเมื่อจัดพิมพ์เป็นหนังสือที่มีความยาวกว่า 800 หน้า ได้ปรากฏในหน้า 794 เชิงอรรถที่ 100 ว่า ‘Siamese Black Book, J.S.1228/170, King Mongkut to Phya Surawongs, 14 March 1867.

นายเตช กล่าวว่า หลังจากตนได้อ่านวิทยานิพนธ์ของพลตรี ท่านผู้หญิง นิออน เพื่อเตรียมการพิมพ์ พบว่าเอกสารรัชกาลที่ 4 ฉบับข้างต้นเป็นเอกสารประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัยที่สำคัญที่สุดฉบับหนึ่ง จึงรีบติดต่อค้นหาต้นฉบับเพื่อขอดูตัวจริงถึง 3 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จ หาไม่พบ โดยได้รับข้อมูลว่า สูญหายไปแล้วเมื่อ พ.ศ.2503 จากเหตุการณ์เพลิงไหม้ ‘โรงละครศิลปากร’ (ปัจจุบันคือ โรงละครแห่งชาติ) แล้วลามไปยังพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน (ขณะนั้นเป็นสถานที่เก็บรักษาศิลาจารึก, ตู้พระธรรม และเอกสารโบราณ)

Advertisement

เพลิงลุกไหม้โรงละครศิลปากรเสียหายทั้งหมด และลามไปติดพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน ซึ่งขณะนั้นเป็นสถานที่เก็บรักษาศิลาจารึก, ตู้พระธรรม และเอกสารโบราณ ทําให้ศิลาจารึกบางส่วนเสียหายเนื่องจากถูกไฟเผาจนเกิดความร้อนสะสม เมื่อโดนน้ำดับเพลิง ศิลาจารึกบางส่วนจึงแตกเสียหาย (เช่น จารึกสด๊กก๊อกธม 2 เป็นต้น) ส่วนตัวอาคารพระที่นั่งศิวโมกขพิมานก็เสียหายเช่นกัน โดยเฉพาะเครื่องบนที่ทําด้วยไม้ เช้าวันรุ่งขึ้น นักเรียนจากโรงเรียนนาฏศิลป์และโรงเรียนช่างศิลป์ ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน ก็เข้าไปช่วยเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร นําเอกสารโบราณที่โดนน้ำออกไปตากแดดที่บริเวณสนามหญ้าข้างพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ [ภาพและคำบรรยายจาก สํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ชุดภาพส่วนบุคคลนายตรี อมาตยกุล]
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในบันทึกเสวนาฉบับเดียวกัน ยังเผยแพร่บทความของนายเตช ใน ภาคผนวก ก เรื่อง สืบหาพระราชหัตถเลขา ‘จรเข้และปลาวาฬ’  โดยระบุถึงรายละเอียดเพิ่มเติมว่า ในการตามหาสมุดไทยดำฉบับดังกล่าว ความตอนหนึ่งว่า

‘ผมขอให้เจ้าหน้าที่สภากาชาดไทยที่ใกล้ชิดและชอบงานประเภทนี้ คิม พชรดนย์ ศรีนวรัตน์ช่วยไปค้นหาสมุดไทยดำดังกล่าวที่หอสมุดแห่งชาติ แต่เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2565 คิม รายงานว่า สมุดไทยดำ จุลศักราช 1228/170 มิได้ปรากฏในบรรณานุกรม และสันนิษฐานว่า เอกสารสูญหายในอุบัติเหตุไฟไหม้โรงละคอนศิลปากร และลุกลามไหม้พระที่นั่งศิวโมกขพิมานซึ่งเป็นที่ตั้งหอพระสมุดวชิรญาณ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2503 (วิทยานิพนธ์อาจารย์นิออน ส่งเล่มในปี 2504) สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว สุจิตต์ วงษ์เทศ ได้เล่าไว้ในบทความเรื่อง ไฟไหม้โรงละครศิลปากร และพระที่นั่งศิวโมกข์ ตีพิมพ์ในนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 1-7 เมษายน พ.ศ.2565 ปีที่ 42 ฉบับที่ 2172 หน้า 68

อย่างไรก็ดี คิมมิได้หยุดยั้งการค้นหาเอกสารให้ผม โดยคิมได้สืบค้นข้อมูลพบหนังสือเรื่อง การปรับตัวเข้าสู่ยุคใหม่ของสยามและพม่า และหนังสือสัญญาทางพระราชไมตรีกับบางประเทศ ตีพิมพ์เพื่อแจกในงานฌาปนกิจหม่อมสาย ศรีธวัช ณ อยุธยา วันเสาร์ที่ 22 มีนาคม 2512 หนังสือเล่มนี้ตอนแรกเป็นการถอดความหนังสือของ Fred W. Riggs, The Modernization of Siam and Burma, Thailand : The Modernization of A Bureaucratic Polity. Honolulu : East West Center Press, 1966 โดยคุณอมร โสภณวิเชษฐวงศ์ และคุณเอกวิทย์ ณ ถลาง’

พระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) หรือ ‘เจ้าคุณทหาร’ ต่อมา ขึ้นเป็นเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ ที่สมุหพระกลาโหม (ภาพจาก สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณมหารลาดกระบัง)

นายเตช ยังระบุต่อไปอีกว่า หนังสือดังกล่าว มีการพิมพ์ ‘คำขอบคุณ’ ความตอนหนึ่งว่า

‘กรมศิลปากรซึ่งอนุญาตให้ตีพิมพ์บางตอนของสมุดข่อยซึ่งปรากฏอยู่ตอนหน้าของหนังสือสัญญาทางพระราชไมตรีบางฉบับ อาจารย์แม้นมาศ ชวลิต และคุณลินจง เผ่าวิบูล แห่งหอสมุดแห่งชาติ ผู้อำนวยความสะดวกในการค้นคว้าเอกสารต่างๆ อาจารย์วรุณยุพา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยค้นหาเอกสารเบื้องต้น อันช่วยให้หนังสือนี้มีคุณค่าในการศึกษามากขึ้น’

จากนั้น นายเตช ได้คัดข้อความในเอกสารที่ปรากฏในหน้า 77-84 ของหนังสือเล่มดังกล่าว โดยละเอียด ความตอนหนึ่งว่า

‘พระราชหัตถ์เลขาฯ ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีไปถึงราชทูต ณ กรุงปารีส ลงวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ.2410

เรื่องนี้ฉันได้ปรึกษาหารือกับเขาว่า นับแต่เกิดเรื่องยุ่งๆ เกี่ยวด้วยเรื่องเมืองเขมร มาบัดนี้ด็ชักจะลุกลามใหญ่โตมาถึงเมืองพระตะบอง และเสียมราฐของเรา เป็นการยากที่เราจะทำนายได้ว่า จะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในเบื้องหน้า แต่ฉันเข้าใจว่า คงจะต้องมีอะไรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน…..’

และ ‘…….ฉะนั้น เราจำจะต้องตัดสินใจทำอย่างใดอย่างหนึ่ง การณ์เช่นนั้นก็เหมือนว่า เราจะว่ายน้ำออกไปผูกมิตรกับเจ้าสัตว์ร้ายจระเข้ก็ดี หรือเราจะว่ายน้ำออกไปในทะเลติดสอยห้อยตามไปกับปลาวาฬหรือว่าไร แต่ว่าเราควรจะได้เก็บตัวของเราอยู่ในบ้านในเรือนดีกว่า แต่ก็รู้ดีว่าบางทีเราอาจจะต้องพบกับอำนาจ และอิทธิพลที่เคยมีอยู่เหนือเรามาเก่าก่อน…’

นายเตช ระบุในบทความอีกว่า  แม้ยังหาต้นฉบับสมุดไทยดำไม่พบ แต่เมื่อทบทวนดูแล้ว ตนยังมีความหวังว่าเอกสารดังกล่าวจะยังคงอยู่ โดยไม่ได้ถูกไฟไหม้ไปตามที่เข้าใจกัน ความตอนหนึ่งว่า

‘ผมยังมีความหวังว่าเอกสารฉบับนี้ยังอยู่ อาจจะมิได้ถูกเพลิงไหม้ไปเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2503 ทั้งนี้เพราะหลังจากที่อาจารย์นิออนใช้แล้ว ก่อน 2503 ในปีใดปีหนึ่งก่อน 2512 คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต และคุณลินจง เผ่าวิบูล แห่งหอสมุดแห่งชาติ และอาจารย์ท่านผู้หญิงวรุณยุพา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา อาจจะหาเอกสารฉบับนี้ให้อาจารย์อมร โสภณวิเชษฐวงศ์ และเอกวิทย์ ณ ถลาง ใช้ในการทำหนังสือเรื่อง การปรับตัวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ของสยามและพม่า ตีพิมพ์เมื่อ 2512 แสดงว่าเอกสารฉบับนี้อาจจะยังอยู่หลัง 2503 ผมจึงใคร่ขอวิงวอนให้เจ้าหน้าที่หอสมุดแห่งชาติเพียรพยายามหาเอกสารฉบับนี้ต่อไป

ผมขอย้ำว่าพระราชหัตถเลขา จรเข้และปลาวาฬ ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นเอกสารที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับประวัติศาสตร์ไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งประวัติศาสตร์การทูตไทยเพราะมีข้อมูลที่ละเอียดถี่ถ้วนและสาระที่ลึกซึ้งอย่างอัศจรรย์ ทำให้เห็นภูมิหลังและบริบทของการทูตไทยในยุคนั้นอย่างชัดเจนและทำให้เข้าใจว่าทำไมการทูตไทยจึงได้ดำเนินการมาตามที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงกำหนดไว้ให้ด้วยพระปรีชาญาณและวิสัยทัศน์อันสุขุมกว้างไกลมาโดยตลอด’