
ปธน.ปินส์กร้าว! ลั่นจะสู้กลับ หลังโดนรองปธน.คู่หู สั่งแผนลอบสังหาร
เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ให้คำมั่นอย่างแข็งกร้าวว่าจะต่อสู้กับการข่มขู่คุกคามที่มีต่อเขา ซึ่งเป็นท่าทีหลังจากเมื่อไม่กี่วันก่อนนางซาราห์ ดูแตร์เต รองประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ออกมากล่าวว่าเธอได้สั่งการให้ลอบสังหารประธานาธิบดีมาร์กอส ภรรยาของเขา และประธานสภาผู้แทนราษฎร หากเธอถูกสังหารเสียชีวิตก่อน
ในการกล่าวส่งสารผ่านวิดีโอ ประธานาธิบดีมาร์กอส ซึ่งใช้ถ้อยคำอันแข็งกร้าว แต่ไม่ได้มีการเอ่ยชื่อรองประธานาธิบดีดูแตร์เต ผู้เคยเป็นคู่หูของเขาในการชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ในศึกเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาแต่อย่างใด โดยนายมาร์กอสกล่าวถึงแผนลอบสังหารดังกล่าวว่า แผนการก่ออาชญากรรมเช่นนั้นไม่ควรถูกมองข้าม
“คำแถลงที่เราได้ยินเมื่อหลายวันก่อนนั้นเป็นที่น่ากังวล มีการใช้ถ้อยคำหยาบคายที่ไม่ไตร่ตรองและขู่ฆ่าพวกเราบางคน ผมจะสู้พวกเขา” นายมาร์กอสกล่าว และว่า เขาจะไม่ยอมให้ความพยายามก่ออาชญากรรมเช่นนั้นผ่านไป หากการวางแผนการลอบสังหารประธานาธิบดีมันง่ายขนาดนั้น แล้วกับประชาชนทั่วไปจะขนาดไหน?”
ทั้งนี้ รองประธานาธิบดีดูแตร์เต กล่าวถึงการสั่งแผนลอบสังหารประธานาธิบดีมาร์กอส พร้อมภรรยาและประธานสภาผู้แทนราษฎร หลังจากเธอถูกตั้งคำถามว่า กลัวเรื่องความปลอดภัยของตนเองหรือไม่ ในระหว่างที่เธอแถลงข่าวทางออนไลน์เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี ต่อท่าทีล่าสุดของประธานาธิบดีมาร์กอสนั้น รองประธานาธิบดีดูแตร์เตกล่าวกับผู้สื่อข่าวในวันนี้ว่า เธอยังไม่ได้ฟังถ้อยแถลงของประธานาธิบดี แต่เธอจะมีความเห็นในภายหลัง
การกล่าวถึงแผนลอบสังหารของนางดูแตร์เตที่ทำให้สังคมตกตะลึงไปทั่วนั้น แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นระหว่างนายมาร์กอส กับนางดูแตร์เต นับตั้งแต่การจับมือเป็นพันธมิตรกันของสองตระกูลการเมืองดังนี้ของฟิลิปปินส์ตั้งแต่ศึกเลือกตั้งฟิลิปปินส์ในปี 2022 ที่ผ่านมา ก่อนรอยแตกร้าวจะสุกงอมจนส่งผลให้นางดูแตร์เตขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาในรัฐบาลนายมาร์กอสไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
ด้านนายเจสซี เฮอร์โมเจเนส อันเดรส ปลัดกระทรวงยุติธรรมของฟิลิปปินส์ กล่าวในวันเดียวกันว่า รองประธานาธิบดีไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองจากการถูกดำเนินคดีและเธอจะถูกเรียกตัวมาให้การที่สำนักงานสอบสวนแห่งชาติเกี่ยวกับคำขู่ของเธอด้วย
“นี่เป็นภัยคุกคามร้ายแรง เป็นตัวอย่างที่เลวร้ายมากสำหรับประเทศของเรา หากเราจะไม่ดำเนินการทางกฎหมายกับภัยคุกคามประเภทนี้ที่มาจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงมาก” ปลัดกระทรวงยุติธรรมของฟิลิปปินส์กล่าว
