หน้าแรก ต่างประเทศ บัวแก้วผิดหวั...

บัวแก้วผิดหวังรายงานองค์การนิรโทษกรรมสากล ชี้ขาดสมดุล ไม่สะท้อนพัฒนาการเชิงบวกในไทย

24.02.16 | 21:46 น.

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงรายงานขององค์การนิรโทษกรรมสากลประจำปีนี้ว่า รายงานดังกล่าวเป็นการรวบรวมสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนตลอดปี 2558 โดยให้ภาพรวมของ 160 ประเทศใน 5 ภูมิภาคทั่วโลก ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวจัดทำขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยสถานการณ์ในประเทศไทยเป็นเพียงส่วนหนึ่งของรายงาน และในปีนี้ได้จัดงานเปิดตัวรายงานดังกล่าวพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 24 กุมภาพันธ์

นายเสขกล่าวว่า รายงานดังกล่าวมิได้คำนึงถึงบริบทที่ท้าทายในประเทศไทย ซึ่งจำเป็นต้องรักษาสมดุลระหว่างสิทธิและเสรีภาพในการชุมนุมและการแสดงออกกับความจำเป็นที่จะต้องป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งทางการเมืองหวนคืนมาอีก ดังนั้นจึงถือได้ว่ารายงานนี้ขาดความสมดุลและไม่คำนึงถึงบริบทเฉพาะ และไม่สะท้อนถึงพัฒนาการเชิงบวกอันเป็นผลจากการดำเนินการอย่างจริงจังของรัฐบาลในหลายประการ เช่น การแก้ไขปัญหาด้านการค้ามนุษย์ ทั้งในเรื่องการมีบทบาทนำของไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย การจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องในขบวนการค้ามนุษย์ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทย ตลอดจนการปรับปรุงกฎหมายของไทย จำนวน 164 ฉบับ ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ เช่น การออก พ.ร.บ. ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 และ พ.ร.บ. กองทุนยุติธรรม พ.ศ. 2558 รวมทั้งมีนโยบายสำคัญ เช่น การลดความเหลื่อมล้ำ การคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง (เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และคนพิการ) และการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว

นายเสขกล่าวอีกว่า ในประเด็นเรื่องเสรีภาพของประชาชนนั้น ขอยืนยันว่า ประเทศไทยให้ความสาคัญกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเคารพสิทธิมนุษยชนตามหลักปฏิบัติสากล ดังเห็นได้ว่าสื่อหลายสำนักสามารถวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลได้อย่างเสรี อย่างไรก็ดี มีความจำเป็นต้องคำนึงถึงการรักษาความสงบเรียบร้อยและการป้องกันความแตกแยกในสังคมด้วย เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทย อยู่ในช่วงของการปฏิรูปเพื่อนำสู่ความสามัคคีภายในชาติ และประชาธิปไตยที่มั่นคงและยั่งยืน ทั้งนี้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยินดีรับฟังความคิดเห็นและการแสดงความห่วงกังวลของภาคประชาสังคม รวมทั้งองค์กทรนิรโทษกรรมสากลซึ่งเป็นการสะท้อนมุมมองจากภายนอก และเห็นว่าการหารือและการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ ตลอดจนการสร้างเครือข่ายและหุ้นส่วนโครงการด้านสังคมต่างๆ รวมทั้งเรื่องสิทธิมนุษยชน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของทุกคน