สื่อนอกเผย คณะทำงานทรัมป์ถกหารือคิมจองอึน แก้ปมตึงเครียดการเมือง
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า คณะทำงานของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 47 กำลังหารือกันว่าควรจะมีการพูดคุยโดยตรงระหว่างทรัมป์และนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือหรือไม่ โดยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ทางการทูตเพื่อลดความเสี่ยงไม่ให้ความขัดแย้งที่ใช้อาวุธเกิดขึ้น
สมาชิกคณะทำงานของทรัมป์หลายคนมีแนวคิดว่า การพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำของสองประเทศที่มีอยู่แล้ว ทั้งยังช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดในความสัมพันธ์ที่สหรัฐมีกับคิมด้วย
ทรัมป์เคยเปรียบว่าความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือเมื่อเขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในสมัยแรกเป็นจดหมายที่สวยงาม อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวเผยว่าการหารือเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ยังคงอยู่ระหว่างการพูดคุยและทรัมป์ยังไม่ได้ตัดสินใจในเรื่องนี้
ในขณะเดียวกัน นโยบายที่เกาหลีเหนือที่ใช้หลังจากที่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 ก็ยังไม่แน่ชัด คิมเพิกเฉยความพยายามของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ ในการเจรจาตลอดระยะ 4 ปีที่นั่งเก้าอี้ประธานาธิบดี อีกทั้ง ขีดความสามารถทางทหารจากการมีขีปนาวุธมีมากขึ้นก็เพิ่มขึ้น ประกอบกับความสัมพันธ์กับรัสเซียที่แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นด้วย
ระหว่างปี 2017-2021 ทรัมป์พบหารือกับคิมถึง 3 ครั้งที่สิงคโปร์ กรุงฮานอย เวียดนายและชายแดนระหว่างเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ แต่ก็ไม่ได้ประสบผลสำเร็จซะทีเดียว สหรัฐเรียกร้องให้เกาหลีเหนือละทิ้งการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ในขณะที่คิมขอให้สหรัฐยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือ
หลังจากที่ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งสหรัฐครั้งล่าสุด เกาหลีเหนือยังไม่ได้ออกมาแสดงปฏิกริยาใดๆ กระนั้นก็ดี ไม่นานก็นี้ คิมกล่าวว่าสหรัฐทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและสหรัฐตึงเครียดมากขึ้น และยังทำการยั่วยุเกาหลีเหนืออีกด้วย ทำให้แนวโน้มของการเกิดสงครามนิวเคลียร์มีมากขึ้น
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ทรัมป์เสนอชื่อนายอเล็ก หว่อง อดีตเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว เพื่อดำรงตำแหน่งรองที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ โดยทรัมป์กล่าวว่า เขาเคยช่วยเจรจาให้เกิดการพูดคุยกับคิมขึ้น

