อเมริกันชนตื่น หาวีซ่าทอง หวังย้ายปท.
เป็นกระแสค่อนข้างแรงว่าตอนนี้มีชาวอเมริกันหลายคน ที่อาจไม่ถูกจริตกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน มีความคิดอยากจะย้ายประเทศไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว หลังเห็นผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปรากฎออกมาว่าทรัมป์ทวงคืนบัลลังก์ทำเนียบขาวกลับมาครองอีก 4 ปีได้เป็นผลสำเร็จ
ทำให้อเมริกันชนที่สนใจ “วีซ่าทอง” (golden visas) ซึ่งเป็นวีซ่าประเภทหนึ่งที่บางประเทศออกมาเพื่อมุ่งดึงคนรวยนำเงินเข้าไปลงทุนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศนั้นๆ เพื่อแลกกับการที่จะได้วีซ่าอยู่อาศัยหรือสิทธิพำนักระยะยาว พากันไปหาข้อมูลเรื่องวีซ่าทองกันเพิ่มมากขึ้นทันตาเพื่อหวังจะย้ายถิ่นชั่วคราว
เฮนลีย์แอนด์พาร์ตเนอร์ส บริษัทที่ปรึกษาด้านสัญชาติและที่อยู่อาศัยระดับโลก เผยว่ามีชาวอเมริกันที่สนใจสอบถามเรื่องวีซ่าทองกันเข้ามาทางเว็บไซต์ของตนเองเพิ่มขึ้นถึง 400% ในช่วงสัปดาห์เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อเทียบกับในสัปดาห์ก่อนหน้า
ขณะที่ อาร์ตัน แคปิตอล บริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุนเพื่อย้ายถิ่นฐาน เผยแนวโน้มไปในทางเดียวกันว่า ทางบริษัทได้รับการสอบถามเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องวีซ่าทองมากกว่า 100 ราย ในวันที่ทรัมป์คว้าชัยชนะอย่างเด็ดขาด ซึ่งมากกว่าปกติที่มีเข้ามาถึง 5 เท่า
อาร์แมนด์ อาร์ตัน ซีอีโอของ อาร์ตัน แคปิตอล บอกว่า มีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยที่แสดงเจตจำนงว่าพวกเขาจะย้ายประเทศจริงๆ แต่โดยรวมทั้งหมดบอกเพียงว่าพวกเขาต้องการมีแผนสำรองไว้
ในอดีตโครงการได้รับสิทธิความเป็นพลเมืองหรือสิทธิเพื่อที่อยู่อาศัยโดยผ่านการลงทุนนั้น มักจะมุ่งดึงดูดชนชั้นนำในตลาดเกิดใหม่ เช่นจากแอฟริกาใต้ จีน อินเดีย ไนจีเรีย และ ฟิลิปปินส์ ซึ่งมักเผชิญความไร้เสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศของตน หรือจากกลุ่มผู้ต้องการถือพาสปอร์ตเล่มที่ 2 เพื่อให้สามารถเดินทางได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า เช่นหลังเกิดการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ที่โลกเผชิญการล็อกดาวน์ ทำให้ให้ชาวอเมริกันที่มีบ้านหลังที่ 2 อยู่ในยุโรป มีความสนใจวีซ่าทองกันมากขึ้น เพื่อที่จะสามารถเดินทางไปยุโรปได้สะดวก
แต่จากข้อมูลของเฮนลีย์แอนด์พาร์ตเนอร์ส ที่เผยแพร่เมื่อต้นปีนี้ยังพบว่าความแตกแยกทางการเมืองในสังคมอเมริกันที่มีมากขึ้น ทำให้การถามหาวีซ่าทองของชาวอเมริกันในปีนี้เพิ่มขึ้นถึง 33% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยโครงการวีซ่าทองในยุโรป เป็นสิ่งที่ชาวอเมริกันให้ความสนใจมากที่สุด
เมื่อเร็วๆ นี้ก็มีข่าวว่าหมู่บ้านร้างประชากรอย่าง Ollolai บนเกาะซาร์ดิเนียของอิตาลี ตั้งราคาขายบ้านที่นี่เพียงแค่ 1 ดอลลาร์เท่านั้น หวังเรียกคนอเมริกันที่หันหลังให้ผู้นำชื่อทรัมป์ให้ย้ายมาอยู่ที่นี่ เพื่อมาช่วยเติมเต็มประชากรให้หมู่บ้านตนเองเพิ่มขึ้น เรียกว่าสมประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย

