สาวจีนเข้ารักษาเลเซอร์ “จี้กระ” บนใบหน้า โชคร้ายแพ้ยาชา 10 วันต่อมา “ดับสลด”
สเตรตส์ไทม์ส รายงานข่าวเศร้าที่ก่อให้เกิดความหวาดระแวงหลังจากหญิงสาวชาวจีนวัย 27 ปีเสียชีวิตภายหลังเข้ารับรักษา “กระ” ด้วยเลเซอร์ที่โรงพยาบาลในเมืองเทียนจิน สื่อท้องถิ่นรายงานว่า หญิงสาวแซ่หลิว เสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา
หลังเข้ารับการจี้กระด้วยเลเซอร์ที่โรงพยาบาลโรคผิวหนังจินเหมินเมื่อ 10 วันก่อนหน้านั้น โดยผู้เสียชีวิตเคยรักษากระด้วยเลเซอร์มาแล้ว 1 ครั้งเมื่อเดือน พ.ค.2566 แต่การรักษาครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ต.ค. เกิดเหตุไม่คาดฝัน หลังจากแพทย์ทายาชาบนใบหน้า น.ส.หลิวรู้สึกวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรงและมีอาการโคม่า ตามด้วยอาการช็อกและหัวใจหยุดเต้น แพทย์จึงรีบย้ายผู้ป่วยไปยังแผนกไอซียูของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแพทย์เทียนจิน
หนังสือพิมพ์จี๋หนานไทม์ส ระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตของ น.ส.หลิวคือ เกิดภาวะความดันในกะโหลกศีรษะสูงและส่งผลให้เกิดการเลื่อนของสมอง ด้านพยาบาลจากโรงพยาบาลผิวหนังจินเหมินคนหนึ่งให้สัมภาษณ์โมเดิร์นเอ็กซ์เพรสว่า น.ส.หลิวเป็นโรคท้าวแสนปม ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรม ทำให้เกิดปื้นแบนสีน้ำตาลอ่อนบนผิวหนังและเคยรักษากับโรงพยาบาลเอกชนมาตั้งแต่ปี 2563
สามีของ น.ส.หลิวกล่าวว่า ภรรยามีปานหลายแห่งทั่วร่างกาย บางจุดมีสีเข้มและขนาดใหญ่ ซึ่งภรรยาจ่ายค่ารักษาไปแล้วกว่า 100,000 หยวน (ราว 480,000 บาท) ตนสันนิษฐานว่าการใช้ยาชามากเกินไปอาจทำให้เสียชีวิตและจะต้องหาคำตอบให้ได้ว่าสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ภรรยาเสียชีวิตคืออะไร ขณะที่แม่ของ น.ส.หลิวซึ่งเดินทางไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อนลูกสาว กล่าวว่า ลูกต้องหยุดการรักษาหลายครั้งเพราะทนเจ็บไม่ไหว ส่วนศพส่งไปชันสูตรแล้วและเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบ
ด้านรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลโรคผิวหนังแสดงความเสียใจต่อกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.หลิว และว่า โรงพยาบาลจะรับผิดชอบอย่างเต็มที่หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นความผิดพลาดของทางโรงพยาบาล ทั้งนี้ ตามระเบียบแพทยสภาจีนระบุว่า หากบุคลากรทางการแพทย์มีความผิดฐานทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตโดยประมาทอาจต้องได้รับโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี และถูกปรับ

